หยางปินกวาดตามองฝูงชนเบื้องล่างอย่างเย็นชา สายตาหยุดอยู่ที่เจียงเป่ยครู่หนึ่ง
เขาจำหมอนี่ได้ ตอนอยู่ปักกิ่งอีกฝ่ายเคยตามตื๊อพูดกับเขาอยู่สองสามประโยค
ตอนนั้นหมอนี่มีพลังแค่ระดับ 10 เอง ไม่นึกเลยว่าตอนนี้จะถึงขั้นไคหยางแล้ว
แต่ขั้นไคหยางคนเดียวไม่มีทางเป็นคู่มือของต้าป๋ายได้อยู่แล้ว หยางปินจึงกวาดตามองหาเป้าหมายอีกครั้ง
ไม่นาน หยางปินก็จับตาดูชายคนหนึ่งที่สวมชุดคลุมดำและปิดบังใบหน้าไว้จนมิดได้
เมื่อเห็นอีกฝ่าย สีหน้าหยางปินก็เคร่งขรึมลง
“ขั้นอวี้เหิงระดับหนึ่ง! ระดับ 19!!”
“มิน่าล่ะ...”
เห็นหยางปินไม่สนใจเขา เจียงเป่ยก็หงุดหงิดไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า
“หยางปิน ยังจำฉันได้ไหม!?”
หยางปินเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา สายตานั้นราวกับมองคนตาย ทำให้เจียงเป่ยยิ่งไม่พอใจ
“ฮึ นึกไม่ถึงว่าถึงตอนนี้แล้วนายยังวางท่าอวดดีขนาดนี้ ดูท่าคงยังไม่รู้สถานการณ์สินะ”
“ฮ่า ๆ จะบอกให้ก็ได้ ไพ่ตายที่นายพูดถึงน่ะ ลิงขาวพวกนั้นถูกพวกเราฆ่าไปสามตัวแล้ว ที่เหลือก็ร่อแร่เต็มที”
“วันนี้ถ้านายยอมคุกเข่า แล้วคลานลอดหว่างขาฉัน บางทีถ้าฉันอารมณ์ดีอาจไว้ชีวิตนาย ไม่งั้นฉันจะทำให้นายอยากอยู่ก็ไม่ได้ อยากตายก็ไม่ลง!”
“เชี่ยเอ๊ย! ไอ้เวรนี่! ฉันทนไม่ไหวแล้วโว้ย! เดี๋ยวฉันจะให้แกคลานเอง!”
ไอ้ดำสบถด่า มือทมิฬสายหนึ่งพลันพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน คว้าของตรงหว่างขาเจียงเป่ยไว้แล้วกระชากลงอย่างแรง!
