หลงห้าวหรานพาหยางปินและคนอื่น ๆ ออกจากชุมชน ก่อนมุ่งหน้าไปยังนอกฐานที่มั่น
ระหว่างทาง หลงห้าวหรานอยากเอ่ยปากหลายครั้ง แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร
เขาไม่โอหังเหมือนคุณชายจากปักกิ่งคนอื่น ๆ เพราะถูกหลงจ้านกั๋วอบรมอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่เด็ก นิสัยจึงสุขุมเก็บตัว อีกทั้งยังรอบคอบในการทำสิ่งต่าง ๆ
เขาไม่เคยสงสัยในการตัดสินใจของพ่อ ในเมื่อแม้แต่พ่อยังให้ความเคารพคนกลุ่มนี้มากขนาดนั้น พวกเขาย่อมเป็นบุคคลที่น่ากลัวอย่างยิ่ง
แม้ในใจจะมีคำถามมากมายอยากถาม แต่เขากลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ จึงอดกลั้นเอาไว้
พอออกจากฐานที่มั่น ทุกคนก็เร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ
แดนมิติว่างเปล่าอยู่ในป่าห่างจากฐานที่มั่นไปกว่าห้าสิบกิโลเมตร ตำแหน่งค่อนข้างลับตา หากไม่มีคนนำทางก็หาไม่เจอจริง ๆ
เพื่อประหยัดเวลา หลงห้าวหรานวิ่งสุดกำลัง รีดเร้นความเร็วออกมาจนถึงขีดสุด
แต่ไม่นานเขาก็ต้องประหลาดใจ ไม่ว่าเขาจะเร่งฝีเท้าแค่ไหน คนกลุ่มนั้นก็ยังตามหลังมาอย่างสบาย ๆ พร้อมพูดคุยหยอกล้อกัน สีหน้าผ่อนคลายของพวกเขาทำเอามุมปากเขากระตุกไม่หยุด
ต้องรู้ว่าเขามีพลังอยู่ในช่วงปลายขั้นเก้าแล้ว นับเป็นหนึ่งในยอดฝีมือของฐานที่มั่น
ถ้าอีกฝ่ายมีสักหนึ่งหรือสองคนที่เร็วกว่าเขา เขายังพอรับได้ อย่างไรเสียคนที่แม้แต่พ่อของเขายังให้ความเคารพย่อมไม่ธรรมดา แต่ถ้าทุกคนเร็วกว่าเขาหมด แบบนั้นก็ทำให้เขารู้สึกถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก
ความเร็วอาจไม่อาจใช้ตัดสินพลังได้โดยตรง แต่หากไม่มีพลังพิเศษด้านความเร็ว โดยทั่วไปแล้วคนที่เร็วกว่ามักมีระดับพลังสูงกว่าคนที่ช้ากว่า
