หยางปินตามหลี่จวินไปยังวิลล่ากลางฐานที่มั่น ทุกคนพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยอยู่กว่าสิบนาที ในที่สุดอาหารก็ทำเสร็จ
หยางปินกำลังจะลองชิมอาหารขึ้นชื่อของปาสู่ จู่ ๆ ด้านนอกก็อลหม่านขึ้นมา
“ศัตรูบุก!”
“สัตว์ร้าย! สัตว์ร้ายน่ากลัวมาก!”
เสียงตะโกนดังมาจากข้างนอก ทำให้ทุกคนในห้องสีหน้าเปลี่ยนไป ก่อนจะรีบวิ่งออกไปทันที
“กรี๊ด...!”
เสียงแหลมบาดหูดังขึ้น เงาร่างมหึมาร่างหนึ่งบินวนอยู่เหนือฐานที่มั่น
พอหยางปินเห็นเงาร่างนั้นก็ชะงักไปทันที
“นกเผิงยักษ์!?”
“มันมาที่นี่ได้ยังไง? หรือว่ามาหาผม?”
“แต่พวกเราแค่ร่วมมือกัน พวกเราช่วยมัน ส่วนมันช่วยฆ่าเผ่าปีก พอร่วมมือกันเสร็จก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“หรือว่ามันยังฆ่าเผ่าปีกไม่สะใจ เลยจะมาถล่มเมือง!?”
พอคิดได้เช่นนั้น ใจหยางปินก็หนักอึ้ง เขาเรียกอาต๋ายออกมา แล้วพามันเหยียบกระบี่ยาวทะยานขึ้นฟ้าไปด้วยกัน
นกเผิงยักษ์เห็นหยางปินบินขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที จากนั้นสายตาของมันก็หันไปมองอาต๋ายที่ยืนอยู่ข้างหน้าหยางปิน แววตาพลันฉายความตกตะลึง
มันสัมผัสได้ถึงอันตรายจากมนุษย์ที่ไม่มีแม้แต่กลิ่นอายคนตรงหน้า
ประสาทสัมผัสของสัตว์กลายพันธุ์ไวมาก เมื่อรู้สึกถึงอันตราย ก็แปลว่ามนุษย์คนนี้มีพลังพอจะคุกคามมันได้
เรื่องนี้ทำให้นกเผิงยักษ์ตกตะลึงอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้หยางปินเคยบอกว่ามีสหายคนหนึ่งที่มีพลังไม่ด้อยไปกว่ามัน ตอนนั้นมันคิดว่าอีกฝ่ายแค่โม้
ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง
นกเผิงยักษ์จ้องอาต๋ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายกรงเล็บ ปล่อยวัตถุชิ้นหนึ่งร่วงลงมาหาหยางปิน
