กว่าหยางปินกับหลินอี้เฟยจะออกมาจากห้อง ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าแล้ว
ทั้งคู่เพิ่งลิ้มรสความสัมพันธ์ลึกซึ้งเป็นครั้งแรก แถมยังแข็งแกร่งกันทั้งคู่ เวลาที่ใช้จึงย่อมนานสักหน่อย
ตอนออกมา หยางปินดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ส่วนหลินอี้เฟยหน้าแดงก่ำ ก้มหน้าจนไม่กล้ามองใคร
“แหม ในที่สุดก็ยอมออกมากันแล้วเหรอ นึกว่าจะสู้กันจนฟ้าสางซะอีก” เฉินห่าวหัวเราะ
“นั่นสิ ลูกพี่ก็สมเป็นลูกพี่จริง ๆ ฝีมือการต่อสู้ไม่ธรรมดาเลย!” ไอ้ดำพูดเสริม
หยางปินไม่รับมุก แต่เปลี่ยนเรื่องว่า “มีข้าวเย็นไหม หิวแล้ว”
“ลูกพี่ เพิ่งกินไปไม่นานเองไม่ใช่เหรอ เรื่องแบบนี้ใช้แรงขนาดนั้นเลยหรือไง?” ไอ้ดำเบิกตากว้าง
“ลองหาแฟนสาวผิวคล้ำดู เดี๋ยวก็รู้เอง” หยางปินกลอกตา
“พอเลย เลิกนินทากันได้แล้ว รีบให้ครัวหาอะไรมาให้กินหน่อย เดี๋ยวยังต้องฝึกอีก”
หยางปินปล่อยให้พวกนี้แซวต่อไม่ได้ ไม่อย่างนั้นหลินอี้เฟยคงอยากแทรกแผ่นดินหนี
อย่าเห็นว่าเธอเป็นฝ่ายรุกนักในช่วงเวลาสำคัญ ปกติเธอขี้อายมาก แค่มีอะไรมากระทบนิดหน่อยก็หน้าแดงแล้ว
“ได้เลย” ทุกคนรู้จักนิสัยของหลินอี้เฟยดี จึงไม่พูดเรื่องนี้ต่อ
แต่หูเหวินจิ้งกลับดึงหลินอี้เฟยไปนั่งที่โซฟาอีกด้าน แล้วกระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง
หยางปินเหลือบมอง แม้จะไม่ได้ยินว่าพวกเธอคุยอะไรกัน แต่คงไม่ใช่เรื่องที่เด็กฟังได้แน่ เพราะใบหน้าของหลินอี้เฟยที่แดงอยู่แล้วกลับแดงยิ่งกว่าเดิม
ไม่นาน อาหารก็ทยอยมาเต็มโต๊ะ ดูหรูหราจัดเต็ม
