“หัวหน้าทีมหยาง เราจะทำยังไงกันดีครับ?” หลี่จวินถามเสียงเบา
“ทำยังไงน่ะเหรอ? ก็ดูละครสิ ยังจะทำอะไรได้อีกล่ะ” หยางปินหัวเราะ
ทั้งสามเผ่ารวมกันมีคนมากถึงสามหมื่นกว่าคน หากเขาผลีผลามลงมือ แล้วอีกฝ่ายหันมาเล่นงานพวกเขาพร้อมกัน คงลำบากแน่
เพราะงั้น วิธีที่ดีที่สุดคือดูสถานการณ์ไปก่อน รอให้พวกนั้นสู้กันจนแทบหมดแรงแล้วค่อยลงมือ
ยังไงสิ่งมีชีวิตจากแดนมิติว่างเปล่าพวกนี้ก็ไม่เห็นมนุษย์อยู่ในสายตา ถึงตอนนั้นค่อยทำให้พวกมันตกใจก็พอ
“ได้ครับ” หลี่จวินพยักหน้า จากนั้นก็พาคนจากเมืองฝูหรงดูการต่อสู้ต่อไป
แต่ตอนนี้ สภาพจิตใจของทุกคนเปลี่ยนไปแล้ว
เมื่อครู่ยังตัวสั่นงันงก กลัวว่าอีกฝ่ายสู้เสร็จแล้วจะหันมาระบายอารมณ์ใส่พวกเขา
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว พวกเขาดูการต่อสู้อย่างสบายใจ แถมยังมีอารมณ์ตะโกนเชียร์อยู่ข้างสนามด้วย
เมื่อมีคนจากนครดาวร่วงอยู่ด้วย พวกเขาก็มีความมั่นใจขึ้นมาทันที
การปลดปล่อยนครจินหลิงกับฐานที่มั่นจงหยวน ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นในนครดาวร่วงอย่างเต็มเปี่ยม ต่อให้ฝั่งตรงข้ามแข็งแกร่งแค่ไหน พวกเขาก็เชื่อว่าสุดท้ายจะถูกนครดาวร่วงเหยียบย่ำอยู่ใต้เท้า เหมือนสิ่งมีชีวิตจากแดนมิติว่างเปล่าในนครจินหลิงและฐานที่มั่นจงหยวน
ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะสู้กันจนเลือดขึ้นหน้า การต่อสู้ดุเดือดอย่างยิ่ง มีคนล้มลงไม่หยุด พื้นสนามรบย้อมไปด้วยเลือดแล้ว
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หยางปินกับคนอื่น ๆ ต่างก็หอบเก้าอี้มานั่ง ในมือถือเมล็ดแตงโม คอยแทะพลางวิจารณ์กันไปด้วย
