ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉินห่าวกับพวกขี่ศพคืนชีพบินกลับมา
แม้พวกเขาจะไล่ตามไปสังหารได้ไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ยังมีอีกหลายคนหนีรอดไปได้
ช่วยไม่ได้ พวกที่บินได้มีน้อยเกินไป
จากนั้น หยางปินก็ทำเหมือนตอนอยู่ที่นครจินหลิง ให้กู่เฟิงกับพวกสร้างสถานที่สำหรับหลอมศพคืนชีพและออกตามหาวัสดุ ส่วนอีกกลุ่มก็ออกค้นหายอดฝีมือเผ่าเย่ากวงที่ยังหายใจอยู่ในสนามรบ
เพราะคนส่วนใหญ่ถูกคนจากนครดาวร่วงสังหาร พวกเขาจึงรู้ว่าฐานที่มั่นจงหยวนต้องการศพคืนชีพบางส่วน ทำให้ยังเก็บพวกที่สูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไว้ได้จำนวนหนึ่ง
รวมถึงยอดฝีมือขั้นเทียนจีเหล่านั้นด้วย ที่จริงแล้วส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกฆ่า เพียงถูกทุบตีจนหมดสภาพต่อสู้เท่านั้น
เมื่อกู่เฟิงกับพวกได้รู้ว่าหยางปินจะสอนวิธีหลอมหุ่นเชิดให้พวกเขา เพื่อให้มีกำลังรบระดับสูง แต่ละคนก็ตื่นเต้นจนแทบคลั่ง ทำงานกันอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อย
จากนั้นหยางปินก็ให้เฉินห่าวกับพวกไปสอนกู่เฟิงหลอมหุ่นเชิดต่อ ส่วนคนอื่น ๆ ก็ให้พวกเขาลงมือหลอม ยกเว้นผู้อาวุโสขั้นเทียนจีห้าขั้นสูงสุดกับผู้บัญชาการขั้นเทียนจีสี่
ขณะเดียวกัน หยางปินให้จงหย่วนเซินหลอมผู้อาวุโสขั้นเทียนจีห้าขั้นสูงสุด ส่วนไอ้ดำหลอมผู้บัญชาการขั้นเทียนจีสี่ วิธีนี้จะช่วยย่นเวลาให้ได้มากที่สุด
หนึ่งวันต่อมา ภายใต้การสอนอย่างใกล้ชิดของเฉินห่าวกับพวก กู่เฟิงและคนอื่น ๆ ก็มีหุ่นเชิดขั้นเทียนจีเป็นของตัวเองในที่สุด นั่นหมายความว่าฐานที่มั่นจงหยวนมีกำลังรบขั้นเทียนจีแล้ว
ส่วนไอ้ดำก็หลอมผู้บัญชาการขั้นเทียนจีสี่สำเร็จเช่นกัน
สี่วันต่อมา หูเหวินเลี่ยงแบกจงหย่วนเซินที่หมดสติออกมาจากห้องใต้ดิน ด้านหลังพวกเขามีผู้อาวุโสเผ่าเย่ากวงคนนั้นเดินตามมาด้วย
