เก้าโมงกว่าแล้ว หยางปินถึงค่อยลุกจากเตียง
หลายวันมานี้เขาต้องนอนกลางดินกินกลางทราย พอกลับมาถึงวิลล่าแล้วได้นอนบนที่นอนซิมมอนส์ราคาแพง ก็หลับสบายจนเผลอนอนเพลินไปหน่อย
พอลงมาชั้นล่าง ก็เห็นจงหย่วนเซินกับจ้าวคุนกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารเช้า
“เอ๊ะ พวกนายตื่นกันเช้าจัง?” หยางปินถามอย่างแปลกใจ
“เอ่อ...หัวหน้า ผมแทบไม่ได้นอนเลย ตื่นเต้นเกินไป” จ้าวคุนพูดอย่างกระดากอาย
จู่ ๆ ก็ได้พลังพิเศษทรงพลังที่ใฝ่ฝันมานาน ใครจะไม่ตื่นเต้นได้ล่ะ
หยางปินพยักหน้า แสดงว่าเข้าใจ ก่อนจะหันไปมองจงหย่วนเซิน
“แล้วนายล่ะ?”
“ฉัน...ถูกใครบางคนปลุกตั้งแต่เช้ามืดให้ลุกมาประลองด้วย” จงหย่วนเซินพูดด้วยสีหน้าอัดอั้น
“...”
“ใครชนะ?” หยางปินเองก็อยากรู้
“เขา หมัดนั่นหนักจริง ๆ ชกทีเดียวเกือบทำฉันหมดสภาพ” จงหย่วนเซินกุมอกพูดอย่างจนใจ
“หวังรุ่ยข่ายนั่นมันโง่ชัด ๆ พลังพิเศษดีขนาดนี้อยู่กับมันก็เสียของแท้ ๆ หินของพี่เซินโดนหมัดเดียวก็แตกแล้ว ขอแค่เข้าใกล้ได้ พี่เซินก็รับมือไม่ไหว” จ้าวคุนพูดอย่างตื่นเต้น
“ก็เพราะนายรู้ทางของพี่เซินดีไง ถ้าไม่รู้ นายอาจโดนหนามแทงก้นก็ได้”
“...”
“แต่ถ้าพูดถึงพลังโจมตีในการต่อสู้ พลังพิเศษของอาคุนตรงไปตรงมากว่าจริง ๆ หลังเปลี่ยนแขนเป็นโลหะแล้ว พลังหมัดก็เพิ่มขึ้นมาก ถ้าโดนเข้าประชิดก็รับมือไม่ไหวจริง ๆ”
“แต่พลังพิเศษของพี่เซินยืดหยุ่นกว่า ทั้งลอบโจมตี ทั้งโจมตีตรง ๆ หรือจะเปลี่ยนเป็นกำแพงดินใช้ป้องกันก็ได้ เพราะงั้นจะตัดสินว่าพลังของใครแข็งแกร่งกว่าอย่างเดียวไม่ได้ แต่ละแบบก็มีข้อได้เปรียบของตัวเอง”
