หยางปินปรากฏตัวขึ้นกลางฝูงชนอย่างกะทันหัน ทำให้คนกลุ่มนั้นแตกตื่นจนทำอะไรไม่ถูก
คนที่อยู่ใกล้ ๆ จำต้องเก็บปืนกลมือ แล้วเปลี่ยนมาใช้อาวุธระยะประชิดต่อกรกับหยางปิน
แต่พวกเขาจะสู้ไหวจริงหรือ?
ถ้าขั้นห้าสู้กับขั้นสี่เรียกว่าบดขยี้ ขั้นเหยากวงสู้กับขั้นสี่ก็ยิ่งเป็นการโจมตีที่เหนือชั้นกันราวฟ้ากับเหว
ต้องรู้ก่อนว่า ต่อให้เป็นขั้นสี่ช่วงสูงสุดก็ยังมีพละกำลังแค่ 1,500 กิโลกรัม ขณะที่ขั้นเหยากวงเริ่มต้นก็มีพละกำลังถึง 5,000 กิโลกรัมแล้ว
หยางปินไม่ต้องใช้ลูกไม้อะไรทั้งนั้น แค่ฟาดไม้พลองส่ง ๆ ทีเดียว คนพวกนี้ก็รับไม่ไหวแล้ว
ไม่มีคำว่าบาดเจ็บ แตะเข้าไปก็มีแต่ตายสถานเดียว
อีกด้านหนึ่ง ร่างของเฉินห่าวปรากฏขึ้นข้างคนกลุ่มหนึ่งจากความว่างเปล่า เขาเข้าร่วมการต่อสู้ทันที
ตอนนี้เขาอยู่ขั้นห้าช่วงสูงสุดแล้ว จึงดุดันไม่แพ้กัน
จากนั้นจงหย่วนเซินก็เก็บกำแพงดิน ก่อนพุ่งเข้าใส่ฝูงชนพร้อมกับจ้าวคุนและพวกอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางพวกเขาถูกกระสุนไปบ้าง แต่แทบไม่ส่งผลอะไร
เป็นอย่างที่หยางปินคาดไว้ พวกเขาที่อยู่ขั้นห้าไม่จำเป็นต้องกังวลกับปืนทั่วไปอีกต่อไป
เมื่อพวกเขาบุกเข้าไปกลางฝูงชน การต่อสู้ครั้งใหญ่ก็ปะทุขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ
การต่อสู้กับคนไม่เหมือนกับการสู้กับซอมบี้ การโจมตีของซอมบี้มีรูปแบบไม่ซับซ้อน ส่วนใหญ่รู้แค่คว้ากับกัด
แต่มนุษย์โจมตีได้หลากหลายกว่า แถมคนกลุ่มนี้ยังมีอาวุธครบมือ อาวุธส่วนใหญ่เป็นมีดทหารของกองทัพ จึงรับมือไม่ง่ายนัก
แต่ในขณะเดียวกัน คนเราก็กลัวเจ็บ และมีจุดอ่อนมากกว่าซอมบี้ แท่งท่อนเหล็กยกน้ำหนักไม่จำเป็นต้องฟาดใส่หัว แค่เหวี่ยงใส่ส่วนไหนของร่างกายก็ทำให้หมดสภาพสู้ได้แล้ว
