“พ่อหนุ่ม พูดจาอะไรน่ะ ฉันเพิ่งสามสิบกว่าเอง ตรงไหนแก่แล้ว?” เจียงเทียนหมิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“เขาไม่ใช่คนในทีมเรา” ถังเวยเวยอธิบาย
“ในเมื่อไม่ใช่คนในทีมเธอ แล้วพาไอ้แก่ตัวถ่วงนี่มาด้วยทำไมวะ?” หยางปินกลอกตา
เมื่อครู่เขาเหลือบมองอีกฝ่ายแล้ว หมอนี่อยู่แค่ขั้นสาม แถมยังไม่ใช่ผู้มีพลังพิเศษด้วยซ้ำ ไม่รู้จริง ๆ ว่าถังเวยเวยพาเขามาด้วยทำไม
“ขอแนะนำตัว ผมเจียงเทียนหมิง เป็นผู้ช่วยนายกเทศมนตรีเมืองดาว” เจียงเทียนหมิงยื่นมือไปทางหยางปิน
หยางปินขมวดคิ้ว แล้วหันไปมองถังเวยเวย..
“คนของทางการเหรอ?”
“อืม”
“คนของทางการว่างมากหรือไง? มีคนตั้งเยอะที่ต้องช่วยเหลือ ไม่ไปช่วย กลับมาเดินตามทีมคนอื่นทำไม?” หยางปินหันไปถามเจียงเทียนหมิง
“เอ่อ...ให้ทหารไปช่วยก็พอแล้วครับ นายกเทศมนตรีหม่าเป็นห่วงว่าหัวหน้าถังกับพวกเธอจะเจออันตราย เลยส่งผมมาอยู่ข้าง ๆ” เจียงเทียนหมิงชักมือกลับอย่างกระอักกระอ่วน
“แกเนี่ยนะ?”
“ฉันว่าตัวอันตรายที่สุดคือแกมากกว่า ด้วยฝีมือแค่นี้ ถ้าพวกเขาเจออันตรายขึ้นมาจริง ๆ แกนั่นแหละที่จะถ่วงแข้งถ่วงขา”
“พรวด...”
ได้ยินคำพูดของเขา ถังเวยเวยที่อยู่ข้าง ๆ เกือบกลั้นหัวเราะไม่อยู่
เห็นเจียงเทียนหมิงโดนหยางปินตอกหน้าหงาย ถังเวยเวยก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นทันที
สมแล้ว คนแบบนี้ก็ต้องให้หัวหน้าโจรอย่างหยางปินจัดการ
เจียงเทียนหมิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ สีหน้ายังคงมีรอยยิ้ม ก่อนเอ่ยว่า “ไม่ทราบว่าพ่อหนุ่มชื่ออะไรครับ?”
