เมื่อเห็นหยางปินร่อนลงมาจากฟากฟ้า ซูจิ่นแทบอยากสบถด่าฟ้าดิน
ฉันหนีมาไกลขนาดนี้แล้ว ทำไมยังมาเจอเขาได้อีก ดวงซวยอะไรขนาดนี้
เธอประเมินไม่ได้ว่าชายคนนี้แข็งแกร่งแค่ไหน แต่แค่ตำแหน่งหัวหน้าทีมของเขา และการใช้สัตว์กลายพันธุ์บินได้ขั้นเก้าเป็นพาหนะ ก็ทำให้เธอแทบหายใจไม่ออกแล้ว
พลังระดับนี้เกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้
ซูจิ่นขมขื่นใจ ฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนเดินเข้าไปหาหยางปิน
ส่วนติงเผิงค่อย ๆ ถอยไปด้านหลังอย่างแนบเนียน แล้วส่งสัญญาณให้ชายร่างสูงใหญ่หลายคน ล้อมหูเหวินจิ้งที่พยายามเบียดออกไปไว้
หูเหวินจิ้งตัวเล็ก ก่อนหน้านี้เอาแต่ช่วยฟื้นฟูเรี่ยวแรงให้เพื่อนร่วมทีม จึงไม่ได้สังเกตเห็นหยางปินที่ร่อนลงมาจากฟ้า
ตอนนี้พอได้ยินคนรอบข้างพูดคุยกัน เธอก็อยากเบียดเข้าไปดู แต่ถูกชายร่างสูงใหญ่หลายคนขวางไว้ จึงมองไม่เห็นอะไรเลย
“พี่เหวินจิ้ง หัวหน้าทีมอยู่ทางนั้น เราอย่าเข้าไปยุ่งเลย ได้ยินว่าเขาเก่งมาก ถ้าไปทำให้ขุ่นเคืองคงไม่ดีแน่” หญิงสาววัยเยาว์คนหนึ่งกระซิบบอกหูเหวินจิ้ง
“แต่พวกเขาบอกว่าเขาเป็นหัวหน้าทีมของน้องชายฉันนี่” หูเหวินจิ้งถามอย่างร้อนใจ
“พวกเขาจำผิดแล้วมั้ง เป็นไปได้ยังไง น้องชายพี่ยังอยู่ในฐานที่มั่น จะมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง”
“อ้อ จริงด้วย” หูเหวินจิ้งพยักหน้าอย่างผิดหวัง
ทางด้านนี้ ซูจิ่นเดินมาหาหยางปินอย่างรวดเร็ว แล้วยิ้มทักทาย “ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอหัวหน้าหยางที่นี่ เป็นเกียรติจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณที่ช่วยเราไว้ ไม่อย่างนั้นวันนี้พวกเราคงตายอยู่ที่นี่แล้ว”
