“หนี!”
ความคิดแรกของทุกคนคือหนี แต่สองขากลับแข็งทื่อราวกับไม่ยอมขยับตามคำสั่ง
ทุกคนมองนกยักษ์ที่บินใกล้เข้ามาด้วยสีหน้าสิ้นหวัง รอคอยความตายที่จะมาเยือน
ไม่นาน นกยักษ์ก็บินมาถึง
แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือ มันไม่ได้ลงมือกับพวกเขา เพียงบินเฉียดเหนือศีรษะไป ก่อนจะมุ่งตรงเข้าไปในภูเขาที่อยู่ไกลออกไป
ทุกคนต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก ราวกับเพิ่งรอดพ้นจากประตูผีมาได้
“สัตว์ร้ายนั่นอยู่ระดับไหนกันแน่ น่ากลัวชะมัด!” หมาป่าครามเอ่ยอย่างยังไม่หายขวัญเสีย
“ไม่รู้” คนอื่น ๆ ต่างหน้าซีดและส่ายหน้า
อวี๋เป่ยเฉินที่เมื่อครู่ยังทำหน้าขรึมเย็นชา ตอนนี้ก็หน้าซีดไม่ต่างกัน เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็หวาดกลัว
แต่พอเห็นนกยักษ์หายลับไปจากสายตา เขาก็กลับมาทำท่าทางเย่อหยิ่งเย็นชาอีกครั้ง
“หมาป่าคราม ส่งของออกมาเสีย ของที่ฉันหมายตาไว้ ไม่มีทางที่ฉันจะไม่ได้มัน”
“อวี๋เป่ยเฉิน คิดให้ดีนะ ถ้าเราเปิดศึกกัน แล้วสัตว์ร้ายนั่นบินกลับมาอีก พวกเราจบเห่กันหมดแน่!” หมาป่าครามกล่าวด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ
อวี๋เป่ยเฉินขมวดคิ้ว เขากังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
แต่ครั้งนี้พวกเขาอุตส่าห์เดินทางมาไกลก็เพื่อคริสตัลระดับอวี้เหิงก้อนนี้ ตอนนี้กลับมีคนชิงตัดหน้าไปก่อน เขาย่อมต้องแย่งกลับมา จัดการให้จบเร็ว ๆ ก็น่าจะไม่มีปัญหา
“ในเมื่อแกไม่คิดจะส่งมา ฉันก็ต้องลงมือเองแล้ว!” อวี๋เป่ยเฉินแค่นเสียง ร่างพุ่งเข้าหาหมาป่าครามในพริบตา
แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงร้องตกใจก็ดังขึ้น
