ยืนอยู่บนง้าวฟางเทียนของหยางปิน ในที่สุดหมาป่าครามก็ได้สัมผัสความรู้สึกของการเหินเวหาด้วยกระบี่ในตำนาน เขาตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
ทว่าขาทั้งสองข้างที่สั่นไม่หยุดกลับเผยความประหม่าและหวาดกลัวในใจออกมา
ง้าวฟางเทียนแม้จะยาว ยืนสามคนก็ไม่มีปัญหา แต่บริเวณที่ใช้จับเป็นเพียงด้ามพลอง พอเหยียบอยู่บนนั้นแล้วรู้สึกไม่มั่นคงเอาเสียเลย
ยิ่งไปกว่านั้น การเหินเวหาด้วยกระบี่ยังเร็วมาก หมาป่าครามเกือบตกลงไปหลายครั้ง โชคดีที่หูเหวินเลี่ยงซึ่งอยู่ด้านหลังคว้าตัวเขาไว้ได้ทัน
หมาป่าครามบ่นในใจไม่หยุด
ทีวีหลอกกันชัด ๆ การเหินเวหาด้วยกระบี่ไม่ได้สนุกเลยสักนิด
ยังดีที่ระยะทางไม่ไกลนัก ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็มาถึงจุดที่พวกเขาอยู่ก่อนหน้านี้
“ภูเขาลูกข้างหน้านั่นแหละ นกตัวใหญ่เมื่อกี้บินเข้าไปจากตรงนั้น แล้วพวกมนุษย์นกก็ไล่ตามเข้าไปทันที” หมาป่าครามชี้ไปยังแนวเขาเบื้องหน้า
หยางปินพยักหน้า จากนั้นก็เร่งบินตรงไปยังภูเขาเบื้องหน้า
“เอ่อ... หัวหน้าทีมหยาง คุณช่วยปล่อยผมลงก่อนได้ไหมครับ ผมรู้แค่ว่าพวกเขาเข้าไปจากตรงนี้ ส่วนหลังจากนั้นไม่รู้แล้ว อาจช่วยพวกคุณไม่ได้” หมาป่าครามพูดเสียงเบา
เขารู้ขีดจำกัดของตัวเองดี การต่อสู้ระหว่างผู้แข็งแกร่งระดับนี้ เขาไม่กล้าเข้าไปยุ่งด้วย แค่แรงปะทะที่หลงมาก็ส่งเขาไปตายได้แล้ว
“ตามไปด้วยกันนี่แหละ ทักษะขั้นไคหยางของนายอาจมีประโยชน์” หยางปินไม่ได้คิดจะปล่อยเขาลง
“หา!?” หมาป่าครามสะดุ้งสุดตัว
“เอ่อ... หัวหน้าทีมหยาง ผม... ผมไม่ไหวหรอกครับ”
“ผู้ชายพูดว่าไม่ไหวไม่ได้หรอก ถ้ามีโรคเรื้อรังอะไรละก็ เห็นแก่นายช่วยพาพวกเรามา เดี๋ยวฉันตรวจให้” หูเหวินเลี่ยงพูดขึ้น
