“……”
หยวนอวิ๋นตกใจจนไม่กล้าหันกลับไปมอง
ในหัวของเธอปั่นป่วนวุ่นวาย
เดี๋ยวก่อน กู้ซวี่จือดูไม่ใช่คนที่จะซักไซ้เอาความจนถึงที่สุดนี่นา เธอนึกว่าพอจูบกันเสร็จ กู้ซวี่จือก็คงเก็บเรื่องนี้เงียบไว้ ไม่พูดถึงอีก
ใครจะไปคิดว่า——
หยวนอวิ๋นแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ “จูบแล้วก็จูบสิ ทำไมล่ะ? เมื่อก่อนเราก็เคยจูบกันไม่ใช่เหรอ หรือว่านายอยากให้เรารับผิดชอบ?”
พูดจบเธอก็ทำท่าจะเปิดประตูหนี
แต่พอมือเพิ่งหมุนลูกบิด ประตูเพิ่งแง้มออกมาได้กว้างแค่ครึ่งนิ้ว มือข้างหนึ่งก็ยื่นมาจากด้านหลัง ผลักประตูที่เพิ่งเปิดให้ปิดลง
เสียงทุ้มแหบของกู้ซวี่จือดังขึ้นเหนือศีรษะ “หยวนอวิ๋น พูดมาให้ชัด”
“เมื่อกี้หมายความว่ายังไง?”
เงียบกริบ
หยวนอวิ๋นถูกถามจนหน้าแดงไปหมด
กู้ซวี่จือเป็นบ้าอะไรเนี่ย แค่จูบกันครั้งเดียว ทำไมต้องซักไซ้ไม่เลิกด้วย!
เธอรู้สึกว่าหลังหูร้อนผ่าว ไม่หรอก หูคงแดงไปแล้วใช่ไหม
ความคิดของหยวนอวิ๋นสับสนวุ่นวาย เธอก้มหน้าต่ำ กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ก็แทบแย่ “นายเป็นแฟนเรา เราจูบนายสักครั้งนี่ผิดกฎหมายด้วยเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็แจ้งตำรวจเลยสิ”
“ทำไมจู่ ๆ ถึงจูบฉัน?”
ไม่รู้เพราะอะไร กู้ซวี่จือถึงไม่ยอมปล่อยผ่านคำถามนี้ง่าย ๆ
หยวนอวิ๋นถูกถามจนแทบจะอับอายกลายเป็นโกรธ
เธอทนไม่ไหวที่ทุกครั้งกู้ซวี่จือพูด จะมีลมหายใจแผ่วเบาสายหนึ่งพัดมาแตะหลังหู ทำเอาเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว
หยวนอวิ๋นจึงหันกลับไปพูดรวดเดียวจบ “เราชอบนาย ชอบนายถึงได้จูบนาย พอใจหรือยัง!”
พูดจบหยวนอวิ๋นก็เงยหน้า เม้มริมฝีปากจนแดงก่ำแทบตัวร้อน เธออดถลึงตาใส่กู้ซวี่จือไม่ได้
