“หยวนอวิ๋น ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ อาจฟังดูเสียมารยาทไปหน่อย……”
“ไม่เป็นไร เธอพูดมาเถอะ”
นางรู้เนื้อเรื่องมานานแล้ว จึงไม่ตื่นตระหนกเลยสักนิด
“ขอโทษนะ ฉันขอถามก่อนว่า เธอกับกู้ซวี่จือ…ผู้ชายที่ไปงานด้วยกันกับเธอครั้งก่อน เป็นอะไรกันหรือ”
มาแล้ว มาแล้ว
เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ
ซี๊ด
หยวนอวิ๋นครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนตอบอย่างระมัดระวังว่า “ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็น่าจะเคยเป็นแฟนกันมาก่อนค่ะ”
เหวินซีโล่งใจขึ้นมาทันที
ทั้งสองคนไม่มีใครสังเกตว่า ในเวลานั้นเอง มีร่างสูงโปร่งสง่างามยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่ไม่ไกลด้านหลังพวกนาง
เหวินซียิ้มตาหยีพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันก็วางใจแล้วล่ะ”
“เอ๊ะ หมายความว่ายังไง” หยวนอวิ๋นถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว
“คือว่า…ฉันอยากแนะนำลูกพี่ลูกน้องชายของฉันให้เธอรู้จัก” แก้มของเหวินซีแดงระเรื่อ เสียงยิ่งพูดก็ยิ่งเบาลง ราวกับกระวนกระวายใจมาก “ลูกพี่ลูกน้องของฉันอายุยี่สิบสี่ปี เป็นคนหนุ่มมากความสามารถ จบสองปริญญาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ……”
พูดง่าย ๆ ก็คือ รวยมาก หล่อมาก นิสัยดีมาก แถมยังฉลาดสุด ๆ ไม่เคยคบใครมาก่อน สะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่อง
หยวนอวิ๋นตกตะลึง
นางเคยคิดไว้ว่านางเอกอาจถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ หรือถึงขั้นเอ่ยอ้อม ๆ ให้นางตีตัวออกห่างจากกู้ซวี่จือ
แต่…ให้ตายเถอะ นางไม่เคยคิดเลยว่านางเอกจะชักชวนนางไปดูตัว
ถึงกับยอมแบ่งปันแหล่งทรัพยากรชั้นยอดรอบตัวให้ด้วย
หรือกลัวว่านางกับกู้ซวี่จือจะตัดกันไม่ขาด ยังพัวพันกันยุ่งเหยิงหรือเปล่า
ชั่วขณะนั้น ในสมองของหยวนอวิ๋นปั่นป่วนราวกับเกิดพายุ
