ซูเฉิงที่สูงเพียง 165 เซนติเมตรยังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการขัดขืน ก็ถูกบอดี้การ์ดหิ้วไว้ตรงหน้าเสียแล้ว
เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่ก็ไม่ได้คิดว่าร้ายแรงนัก นึกเพียงว่าฉีซิวหรานจะสั่งคนมาซ้อมเขาสักยก จึงรีบประจบขอร้อง
แต่เมื่อถูกพาออกไปนอกห้อง เห็นนรกบนดินที่แท้จริง เขาถึงได้ตื่นตระหนกและสิ้นหวัง เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดแทบดังก้องไปทั่วห้องส่วนตัว
จากนั้นก็พลันเงียบกริบ
ราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียงโดยไม่ทันตั้งตัว
บรรยากาศประหลาดชวนให้เลือดในกายแทบไหลย้อนกลับ
บอดี้การ์ดทนแรงกดดันไม่ไหว รีบถอยกลับเข้ามาแล้วฝืนปิดประตูลงได้อย่างทุลักทุเล บนตัวเขายังมีชิ้นส่วนร่างกายของซูเฉิงติดอยู่ด้วย
ผ่านช่องกระจกแตกบนประตู มีมือบิดเบี้ยวยื่นเข้ามาโบกสะเปะสะปะและคลำหาอะไรบางอย่างไม่หยุด พยายามคว้าสิ่งที่อยู่ใกล้มือ
เสียงร้องไห้และเสียงกรีดร้องดังระงมขึ้นอีกครั้งในห้อง
“หุบปาก!” ฉีซิวหรานตะคอกเสียงเย็นอย่างหงุดหงิดสุดขีด
ใครคนหนึ่งร้องอย่างสิ้นหวังว่า “จะทำยังไงดี? ฉันแจ้งตำรวจไปตั้งนานแล้ว ทำไมพวกเขายังไม่มาอีก?”
ไม่มีใครตอบเขา
ในมุมอับ
หยวนอวิ๋นสูดหายใจลึกครั้งแล้วครั้งเล่า
เธอเตรียมใจรับความโหดเหี้ยมของฉีซิวหรานไว้แล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าการเตรียมใจนั้นยังไม่มากพอ
วันสิ้นโลกยังมาไม่ถึงอย่างสมบูรณ์
แถมคนอื่นนอกจากเธอก็ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีด้วยซ้ำ แต่ฉีซิวหรานกลับกล้าทำเรื่องไร้มนุษยธรรมถึงเพียงนี้ เธอไม่กล้าคิดเลยว่าหากตอนนี้เธอกับหลู่หรานถูกพบเข้า...
จุดจบก็คงไม่ต่างจากซูเฉิง
หลู่หรานมีออร่าพระเอก คงไม่ตายง่าย ๆ ส่วนเธอไม่แน่
