การที่หลีอู้และเหอฉุนยวี่แยกกันนำทีมนั้นเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลมาก
เพราะมีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่มีอาวุธวิญญาณอยู่กับตัวอย่างเปิดเผย
เหอฉุนยวี่อยากขึ้นไปชั้นสี่เพื่อตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับแอนนาที่ตกลงมาจากดาดฟ้าในวันแรก แต่ชั้นสี่กลับถูกล็อกด้วยประตูเหล็ก จึงต้องล่าถอยลงมาที่ชั้นสามอย่างไม่มีทางเลือก
เมื่อพิจารณาว่าหลีอู้ก็เป็นแค่มือใหม่ แถมยังต้องดูแลคนพิการกับคนเจ็บอีก จึงกำหนดให้พื้นที่สำรวจของหลีอู้อยู่ที่ชั้นสอง เพื่อว่าหากเกิดเหตุอะไรขึ้นจะได้กลับไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที
บันไดไม่ได้แคบ แต่เงียบผิดปกติ ระหว่างเดินขึ้นไปแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงฝีเท้าตัวเอง
แต่ละชั้นถูกกั้นด้วยประตูแยกเป็นพื้นที่อิสระ
เมื่อถึงเวลากลางคืน ชั้นบนจะจมอยู่ในความมืดไร้แสง
ด้านหลัง หวังหมิงทำได้เพียงใช้ไม้เท้าพยุงตัวกระโดดไปมา เสียงกระทบเป็นจังหวะเดียวที่ดังขึ้นในความเงียบสนิทชวนให้ขนหัวลุก
เฉินซีอดบ่นไม่ได้ “แกน่ะขาเป๋แล้วยังจะวิ่งขึ้นมาทำไมอีก นอนอยู่ข้างล่างดีๆ เถอะ... อาจจะนอนไปจนจบเรื่องเลยก็ได้”
หวังหมิงกัดฟันด่า “อย่าเสือก!”
ทันใดนั้น เสียง “ปั๊ง” ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งยืนตัวแข็งและกอดกันกลม
“แค่ประตูปิดเอง แต่ว่าตอนนี้พวกเราคงลงไปไม่ได้แล้วล่ะ”
พลางพูดหลีอู้ก็พบสวิตช์ไฟ ชั้นสองสว่างจ้าขึ้นทันตา
