ฮองเฮาฉีประทับใจบุตรีคนโตสายตรงแห่งจวนโหวเวยหย่วนเป็นอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ นางเคยพบเจียงหมิงถังในงานเลี้ยงชุนเจียง
คุณหนูผู้นั้นนอกจากมีรูปโฉมงดงามยิ่งแล้ว ยังเพียบพร้อมด้วยความรู้และมารยาท วาจารัดกุมไร้ช่องโหว่ นับเป็นผู้เฉลียวฉลาดคนหนึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังเคยได้รับคำชี้แนะจากราชครูผู้เฒ่า บัดนี้ก็เป็นศิษย์ของราชครูหยาง ทั้งพรสวรรค์และสติปัญญาล้วนโดดเด่นอย่างยิ่ง
ไม่แปลกที่จวนกั๋วกงทั้งสามแห่ง รวมถึงตระกูลฉี ต่างแย่งกันสู่ขอนาง
เพียงแต่ฮองเฮาฉีไม่คิดว่า จะได้ยินชื่อนี้จากปากโอรสของตนอีกครั้ง
เผยจิ่งเหิงกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “หากกล่าวถึงฝีมือในศาสตร์หมากล้อม เจียงหมิงถังมิได้ด้อยไปกว่าจางเซียนหมากล้อม ทั้งยังเก่งกว่าซื่อจื่อฉี บิดาและพี่ชายของนางต่างก็รับใช้ตำหนักบูรพาอยู่ในยามนี้ ลูกเห็นว่านางเหมาะสมที่สุดที่จะสอนเสี่ยวชีพ่ะย่ะค่ะ”
ยิ่งไปกว่านั้น ฉีเยี่ยนชิงยังต้องช่วยเขาจัดการราชกิจ ไม่มีเวลาสอนเสี่ยวชีทุกวัน
เจียงหมิงถังนั้นต่างออกไป
นางว่างมาก
ว่างถึงขั้นฝึกขี่ม้าไปพลาง พบฉินเจ้าเย่ที่สนามม้าไปพลาง
อีกทั้งฉินเจ้าเย่ก็มิใช่คนเดียวที่มีพี่น้อง
เขาเองก็มีเช่นกัน
ในเมื่อนางว่างถึงเพียงนี้ ทั้งยังกล่าวว่าอยากช่วยแบ่งเบาภาระให้เขา เช่นนั้นงานสอนศาสตร์หมากล้อมแก่เสี่ยวชีก็มอบให้นางเสีย
ท้ายที่สุด หลังเผยจิ่งเหิงอธิบายเหตุผล ฮองเฮาฉีก็ทรงรับปากเรื่องนี้
ครั้นถึงยามค่ำ จักรพรรดิเสด็จประทับตำหนักคุนหนิง ฮองเฮาฉีถวายชาแล้วจึงกราบทูลเรื่องนี้ต่อโอรสสวรรค์
เมื่อจักรพรรดิทรงฟังแล้ว ก็เห็นว่าข้อเสนอของรัชทายาทไม่เลว
“คุณหนูตระกูลเจียงเฉลียวฉลาดจริง ทั้งจิ่งเหิงก็คิดจะส่งเสริมจวนโหวเวยหย่วน สมควรเพิ่มเกียรติยศให้ตระกูลเจียงบ้าง ให้เจียงหมิงถังมาสอนเสี่ยวชี นับว่าเหมาะสมยิ่ง”
