ภายในคุกอันกว้างใหญ่ เสียงของเจียงหมิงถังก้องสะท้อนไปทั่ว
“ท่านกล่าวว่าตระกูลเผยเป็นพวกทรยศนาย ไม่คู่ควรให้ท่านรับใช้ก็ได้ เรื่องที่ผู้คนต่างรู้กันทั่วว่าราชวงศ์ก่อนก่อตั้งแผ่นดินด้วยการก่อกบฏของเหล่าอ๋อง ข้าจะยังไม่กล่าวถึงก่อน ขอพูดถึงเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครรู้ นั่นคือตระกูลเดิมของท่านผู้เฒ่า!”
“ตระกูลเดิมของท่านคือสกุลหยางแห่งสวินหยาง เพราะบรรพบุรุษติดตามอ๋องกบฏก่อการ จึงถูกลดฐานะทั้งตระกูลให้เป็นทาส ภายหลังฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์และประกาศนิรโทษกรรมทั่วหล้า สกุลหยางจึงพ้นจากทะเบียนทาส กลายเป็นสามัญชน มาถึงรุ่นท่านผู้เฒ่าก็นับเป็นลูกหลานรุ่นที่เจ็ด ข้าพูดไม่ผิดใช่หรือไม่?!”
“ยามนั้นตระกูลเผยยกทัพขึ้นในยุคกลียุค เพื่อผดุงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ แต่สกุลหยางของท่านกลับก่อกบฏในยุคบ้านเมืองสงบ ตกลงแล้วใครกันแน่ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ต่ำช้าและทรยศนาย?!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เซียนหมากล้อมจางกับเผยจิ่งเหิงต่างประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
เรื่องราวของบรรพบุรุษไท่ฟู่เฒ่า พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนจริง ๆ
รู้เพียงว่าเขาเป็นบุตรสามัญชน ด้วยความสามารถโดดเด่นจึงได้กราบอาจารย์ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ และกลายเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกับราชครูผู้เฒ่า
เรื่องเหล่านี้คงเป็นราชครูผู้เฒ่าบอกเจียงหมิงถังสินะ?
ไม่ใช่เพียงพวกเขา แม้แต่ไท่ฟู่เฒ่าที่เริ่มแรกไม่ใส่ใจนาง ยังหันมามองนาง “เจ้ารู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร?”
“ท่านจะสนใจไปไย?”
เจียงหมิงถังมองเขาด้วยแววตาเย้ยหยัน “ข้าไม่ได้รู้เพียงเท่านี้ ข้ายังรู้อีกว่าฮ่องเต้ที่ท่านจงรักภักดีนั้นสืบเชื้อสายมาจากสายของอ๋องกบฏ”
“บอกว่ารับใช้ราชวงศ์ก่อน ซื่อสัตย์รักษาความภักดี ล้วนเป็นคำเหลวไหล! ที่แท้ท่านก็แค่สนับสนุนเจ้านายเก่า เป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์เสียจริง!”
“เป็นเช่นนี้แล้วยังกล้าดูแคลนตระกูลเผยอีกหรือ? หากเป็นข้า พอเห็นคนตระกูลเผยก็จะกระโดดลงส้วมแห้งให้จมน้ำตายเสีย จะได้ไม่ต้องออกมาขายหน้า หากองค์รัชทายาทไม่ได้สั่งให้ข้ามาเกลี้ยกล่อมท่าน ข้าคงคร้านจะชายตามองท่านด้วยซ้ำ!”
ไท่ฟู่เฒ่าเดือดดาล “หุบปาก! เจ้าเข้าใจอะไร...”
“ถุย!”
