บรรยากาศเย็นเยียบลงเล็กน้อย มู่กวนหลานมองนางด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “เจียงหมิงถัง เจ้าหลอกข้าอยู่หรือ?”
เขามีกลิ่นสาบหรือ? เหตุใดตัวเขาถึงไม่รู้?
เหล่าลูกน้องแห่งหอเชียนจีก็ไม่รู้หรือ?
คนที่เคยคลุกคลีกับเขาจะไม่รู้ได้อย่างไร?!
เพราะเลี้ยงกู่ไว้มากมาย เกรงว่ากลิ่นคาวเลือดจะติดกาย เขาจึงอาบน้ำด้วยสมุนไพรหอมทุกวัน หากจะว่าไปก็ควรเป็นกลิ่นหอม แล้วกลิ่นเหม็นมาจากไหน?
ยิ่งไปกว่านั้น คนที่มีกลิ่นสาบทั่วใต้หล้ามีมากมาย นางแยกเขาออกมาได้อย่างไร?
สตรีผู้นี้พูดจาเหลวไหลสิ้นดี!
เจียงหมิงถังแค่นเสียง “ท่านอ๋องน้อย ข้าไม่ได้ล้อท่าน หากไม่เชื่อก็ลองหาคนที่จมูกไวกว่าไปถามดูเถิด ตัวท่านมีกลิ่นสาบจริง ๆ”
นางเว้นจังหวะ ก่อนกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงเจือเจตนาร้าย “เหม็นตั้งแต่ภายในจรดภายนอก จนเรียกได้ว่าเป็นกลิ่นเหม็นอันดับหนึ่งใต้หล้า!”
หากมู่กวนหลานยังดูไม่ออกว่านางจงใจด่าเขา ก็คงเสียทีที่มีชีวิตมาสิบกว่าปี
เขากล่าวเสียงเย็น “อย่ามาใส่ร้ายข้าที่นี่ เจ้ายังร้องขอให้ข้าช่วยอยู่มิใช่หรือ? อย่างไร ไม่ต้องการแล้วหรือ?”
ใครจะรู้ว่าเจียงหมิงถังกลับเด็ดเดี่ยวไม่น้อย “ไม่ต้องการแล้ว เพราะข้ารู้ว่าท่านไม่มีทางช่วยข้า แต่ข้าก็จะไม่ยอมแพ้เพียงเท่านี้ ข้าจะอยู่กับพี่หวยชวนให้ได้ ต่อให้ฝ่าบาทก็ขวางไม่ได้”
“เจียงหมิงถัง ยามนี้เจ้าพูดจาแข็งกร้าวนัก รอราชโองการลงมาแล้ว ข้าจะคอยดูว่าเจ้ายังกล้าพูดเช่นนี้อีกหรือไม่”
“อย่างมากก็แค่ตาย” นางมองเขาด้วยแววตามุ่งมั่น “สำหรับข้า ความเป็นความตายไม่สำคัญ หากมีรักก็ย่อมฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงได้”
มู่กวนหลานหัวเราะเยาะ “เจ้าตายไปก็ไม่เป็นไร แล้วจวนโหวเวยหย่วนเล่า?”
“แม้แต่ความตายข้ายังไม่กลัว แล้วจะกลัวเรื่องพวกนี้ไปไย? อีกอย่าง ท่านอ๋องน้อยก็น่าจะรู้ ข้าเหมือนกับท่าน ต่างเติบโตมาโดยมิได้อยู่กับบิดามารดาแท้ ๆ จึงไม่ได้ผูกพันกับพวกเขามากนัก”
เจียงหมิงถังกล่าว “อย่างมากข้าก็ตัดขาดจากพวกเขา ทิ้งทุกสิ่งไป เพื่อพี่หวยชวน ข้าไม่อาจใส่ใจเรื่องเหล่านั้นได้ ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะอยู่เคียงข้างเขา”
มู่กวนหลานวิจารณ์อย่างเย้ยหยัน “โง่เขลา”
แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น ทว่าลึก ๆ แล้วเขากลับอิจฉาลู่หวยชวนอยู่บ้าง
