จวนโหวเวยหย่วน
หลังกลับจากตระกูลฉิน เจียงหมิงถังตั้งใจจะศึกษาตำราวิชาค่ายกลที่หยางปิ่งจงมอบให้นางต่อ ทว่าเพิ่งอ่านไปได้ไม่กี่หน้า ก็ได้ยินบ่าวเฝ้าประตูเข้ามารายงานว่าอันเฉิงเสี่ยวจวิ้นอ๋องมาเยือน
เจียงหมิงถังประหลาดใจอยู่บ้าง
มู่กวนหลานมาหานางในเวลาเช่นนี้ได้อย่างไร?
แต่เมื่อลองนึกถึงนิสัยของเขา ก็ใช่ว่าจะเข้าใจไม่ได้
เขาคงถูกคำตอบของนางทำให้โมโห จึงอดใจรอไม่ไหว รีบรุดมาหาในวันนี้เพื่อก่อกวนนาง
เจียงหมิงถังอดยิ้มไม่ได้
เจ้าคนหัวขบถนี่
มาถูกเวลาพอดี
เจียงหมิงถังมิได้วางหนังสือลงแล้วไปพบมู่กวนหลานในทันที
ก่อนหน้านี้เจ้าหนุ่มนี่ปล่อยให้นางรอเก้ออยู่นานเพียงนั้น ถึงคราวให้นางปล่อยให้เขารอบ้างแล้ว
ภายในโถงหน้า มู่กวนหลานมีสีหน้าเบื่อหน่าย เขาวางถ้วยชาลงข้างตัวอย่างส่งๆ แล้วถามว่า “คุณหนูใหญ่ของพวกเจ้าจะออกมาพบข้าเมื่อใด?”
บ่าวรับใช้ตอบว่า “เสี่ยวจวิ้นอ๋องโปรดรอสักครู่ คุณหนูใหญ่กล่าวว่าจะมาถึงในไม่ช้า”
“เจ้าพูดว่ารอสักครู่มากี่ครั้งแล้ว? ในไม่ช้าอะไรกัน นี่ผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้ว นางยังไม่มา จวนโหวของพวกเจ้าต้อนรับแขกกันเช่นนี้หรือ ไม่รู้จักมารยาทเอาเสียเลย!”
ความหงุดหงิดเขียนชัดอยู่ทั่วใบหน้ามู่กวนหลาน
หากมิใช่เพราะอยากรู้ว่าเจียงหมิงถังจำเขาได้อย่างไร เขาคงไม่มานั่งเสียเวลาอยู่ที่นี่
“เสี่ยวจวิ้นอ๋อง ที่แท้ท่านก็รู้ว่าการปล่อยให้ผู้อื่นรอเก้อเป็นเรื่องไร้มารยาทหรือเจ้าคะ?”
เจียงหมิงถังก้าวเข้ามาในโถงหน้า “ท่านนั่งรอเพียงครึ่งชั่วยามก็หมดความอดทนแล้ว เช่นนั้นก่อนหน้านี้ท่านปล่อยให้ข้ารอเก้ออยู่หลายวัน ข้าควรจะโกรธท่านอย่างหนักหรือไม่?”
นางมองมู่กวนหลาน “อย่างน้อยข้าก็ยังใช้ชาหอมใหม่ต้อนรับเสี่ยวจวิ้นอ๋อง ก่อนหน้านี้ท่านกลับไม่ฝากคำใดมาถึงข้าเลย”
เมื่อเห็นนางมาถึงในที่สุด สีหน้าขุ่นเคืองของมู่กวนหลานจึงคลายลงบ้าง
เขาแค่นเสียงเย็นชา “ข้าไม่ได้บอกเจ้าแล้วหรือว่าข้ามีธุระ ช่วงนี้ไม่มีเวลา”
