ยามนี้เจียงสือซวี่ไหนเลยจะสนใจว่าตำหนักบูรพาหรือจวนกั๋วกงจิ้งเป็นอย่างไร
เขารู้เพียงว่าฉีเยี่ยนชิงขวางหูขวางตายิ่งนัก อยากกำจัดให้พ้นไปเสียโดยเร็ว
ฉีเยี่ยนชิงพลันสีหน้าเย็นชา “แม่ทัพรองเจียง ข้าอดทนต่อท่านมากเป็นพิเศษก็เพราะเห็นแก่ที่ท่านเป็นพี่ชายของหมิงถัง อย่าคิดว่าข้ารังแกได้ง่าย”
หากว่ากันด้วยฝีมือการต่อสู้ เขาไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร
หากลงมือกันจริง ๆ เจียงสือซวี่ก็ใช่ว่าจะเป็นคู่มือของเขา
“ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องระหว่างข้ากับหมิงถัง ยังไม่ถึงคราวที่พี่ชายอย่างท่านจะเข้ามายุ่ง แม่ทัพรองเจียงควรรู้จักประมาณตนบ้าง ท่านคงดูแลนางไปตลอดชีวิตไม่ได้...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง คมกระบี่ของเจียงสือซวี่ก็พุ่งตรงเข้าใส่เขา เจือเจตนาสังหารหนักหน่วงจนผู้คนหนาวสะท้าน
หัวใจฉีเยี่ยนชิงพลันจมดิ่ง
ตอนมาจวนโหวเวยหย่วน เขาไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ จึงไม่ได้พกอาวุธมาด้วย
ยามนี้เจียงสือซวี่ลงมือแต่ละกระบวนท่าล้วนหมายเอาชีวิต เขาจึงทำได้เพียงชักมีดสั้นที่พกติดตัวออกมาต่อสู้
ดังคำกล่าวที่ว่า อาวุธยิ่งยาวยิ่งได้เปรียบ มีดสั้นจะเทียบกับกระบี่ยาวได้อย่างไร?
อีกทั้งเขายังคำนึงถึงเจียงหมิงถัง ไม่อาจทำร้ายพี่ชายของนางจริง ๆ ฉีเยี่ยนชิงจึงได้แต่ตั้งรับ มิกล้าจู่โจม
หลังผ่านไปประมาณสิบกว่ากระบวนท่า ขณะฉีเยี่ยนชิงเผชิญหน้ากับเจียงสือซวี่ เขาถูกอีกฝ่ายชกเข้าใส่หัวไหล่ จึงฝืนทนเอาไว้และใช้มีดสั้นปัดกระบี่ที่ฟันลงมา
จากนั้นเขาตวัดมือกลับ แทงเข้าใส่หัวใจของเจียงสือซวี่อย่างแรง คมมีดกรีดเสื้อคลุมของอีกฝ่ายจนขาด บีบให้เจียงสือซวี่ชักกระบี่กลับแล้วถอยร่น
หัวไหล่ของฉีเยี่ยนชิงทั้งปวดทั้งชา เขาสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง
บัดซบ กระดูกของเขาคล้ายจะแตกหักเสียแล้ว
เจียงสือซวี่บ้าไปแล้วหรือ?
จวนโหวเวยหย่วนเป็นอะไรกันไปหมด ไม่มีใครตาถึงเลยสักคน!
บุรุษอย่างเขาเป็นเขยชั้นดีถึงเพียงนี้ ยังอุตส่าห์มาถึงที่เพื่อเสนอตัว หากไม่รีบตอบรับก็ช่างเถิด กลับยังลงมือทุบตีเขาอีก!
นี่มันมีเหตุผลที่ไหนกัน?
