เมื่อฮ่องเต้เสด็จออกนอกวัง ย่อมเป็นเรื่องใหญ่
บ่าวไพร่ที่ติดตามรับใช้ในตำหนักพักแรม ล้วนผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากกรมพิธีการ ก่อนจัดสรรให้เป็นระเบียบ แต่ละครอบครัวไม่อาจพาคนของตนติดตามไปเองได้
ดังนั้นจืออวี่กับหลิวอิ๋งจึงไม่ได้ตามมาด้วย
ในเรือนของเจียงหมิงถังมีนางกำนัลสองคนคอยรับใช้
ตามธรรมเนียม ยามค่ำคืนทั้งสองจะผลัดกันเฝ้าอยู่หน้าประตู เพื่อคอยดูแลความต้องการและความปลอดภัยของนายหญิง
แต่ก่อนหน้านี้ เจียงหมิงถังเห็นตุ่มแดงจากยุงกัดบนใบหน้าของพวกนาง จึงเกิดความเห็นใจและสั่งให้ไปนอนในห้องเล็กข้างเรือน ไม่ต้องเข้าเวรยามค่ำ
ทั้งสองซาบซึ้งในพระคุณอย่างยิ่ง ยามรับใช้นางจึงเอาใจใส่เป็นพิเศษ
เมื่อครู่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหว เจียงหมิงถังก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริง ๆ
มีคนมาเยือนยามดึกดื่น หรือจะเป็นผู้ใดคิดร้ายต่อนาง?
ครั้นได้ยินหยวนเป่าบอกว่าเป็นมู่กวนหลาน เจียงหมิงถังก็พลันคลายใจ
นางสงสัย “มู่กวนหลานมาเมื่อใด แล้วกำลังทำอะไรอยู่?”
หยวนเป่าตอบ “น่าจะมาถึงตั้งแต่ราว 10 นาทีก่อนแล้ว แต่ข้ากลัวรบกวนการพักผ่อนของท่าน เขาเอาแต่เดินวนอยู่ด้านนอกเรือน ไม่ได้เข้ามา ข้าจึงไม่ได้บอกท่าน”
“ยามนี้เขานั่งอยู่ใต้หน้าต่างของท่าน คอยให้อาหารยุงอยู่”
เจียงหมิงถัง “...”
สมกับเป็นท่านเจ้าหอเชียนจีผู้คลุกคลีอยู่ในยุทธภพจริง ๆ
จะว่ารู้ธรรมเนียม เขาก็มาหานางกลางดึก
จะว่าไม่รู้ธรรมเนียม เขาก็ยังรู้จักนั่งอยู่ข้างนอก
เจียงหมิงถังลุกขึ้นเดินไปยังหน้าต่าง แล้วค่อย ๆ เปิดออกอย่างแผ่วเบา
ใต้ขอบหน้าต่าง มู่กวนหลานเด็ดดอกไม้จากพุ่มไม้เตี้ย ๆ มาอย่างส่งเดช แล้วดึงกลีบออกทีละกลีบ ปากก็พึมพำเบา ๆ
