นึกไม่ถึงว่าเรื่องที่มู่กวนหลานจะพูดถึงคือเรื่องนี้ เจียงหมิงถังจึงชะงักงันไปชั่วขณะ
ครั้นได้สติ นางก็ถึงกับพูดไม่ออกอยู่บ้าง
สมกับเป็นท่านเจ้าหอหอเชียนจีผู้ทำตามใจตนเอง ไม่ยอมให้กฎเกณฑ์ในเมืองหลวงมาผูกมัดเสียจริง
มาเยือนยามดึกดื่น ทั้งยังถามนางว่าอยากจูบเขาหรือไม่
ถ้อยคำเช่นนี้ คงมีเพียงเขาที่พูดออกมาได้กระมัง?
เมื่อเห็นความคาดหวังในแววตาเขา เจียงหมิงถังก็ขยับคิ้วเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างจริงจังสองคำ
“ไม่อยาก”
มู่กวนหลานพลันแข็งค้าง
ความว่าง่ายและความคาดหวังก่อนหน้านี้เลือนหายไปทันที เขาจ้องนางอย่างน้อยใจยิ่ง ราวกับกำลังโกรธอยู่บ้าง ทว่ามือยังเกี่ยวชายเสื้อของนางไว้ไม่ยอมปล่อย
“เหตุใดถึงไม่อยาก?”
เจียงหมิงถังเอ่ยเนิบช้า “ไม่อยากก็คือไม่อยาก จะมีเหตุผลมากมายไปไย?”
มู่กวนหลานยิ่งน้อยใจ “ข้ามีตรงไหนไม่ดีหรือ?”
เขาขมวดคิ้ว ดวงตาคู่งามกระจ่างใสยามนี้ประหนึ่งมีม่านหมอกบาง ๆ ปกคลุม
นอกจากน่าสงสารแล้ว ยังเจือแววขุ่นเคืองอยู่บ้าง เขามองนางราวกับต้องการโต้เถียง
“รูปลักษณ์ของข้าไม่ด้อยกว่าฉีเยี่ยนชิงกับฉินเจ้าเย่ ฐานะและชาติตระกูลก็ไม่ต่ำกว่าพวกเขา ทั้งข้ายังเชื่อฟัง ไม่เหมือนเจ้าสุนัขฉีเยี่ยนชิงที่คอยทำให้เจ้าขุ่นเคือง หรืออึมครึมอย่างฉินเจ้าเย่ พูดอย่างไรก็เค้นออกมาได้ไม่กี่คำ...”
มู่กวนหลานพยายามอย่างยิ่งที่จะแสดงข้อดีของตนให้นางเห็น
ท้ายที่สุดเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรอีก จึงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจพูดออกไปอย่างไม่สนใจสิ่งใดแล้ว
“อีกอย่าง ข้าชอบเจ้ามากกว่าพวกเขาทุกคน”
เมื่อสบเข้ากับสายตาประหลาดใจของนาง ใบหน้ามู่กวนหลานก็ร้อนผ่าว ทว่าเขายังคงเอ่ยความในใจอย่างหนักแน่น
“คนที่ข้าชอบที่สุดก็คือเจ้า เจียงหมิงถัง”
จิงเจ๋อบอกว่าเขาเป็นชายบำเรอ เขาก็ยอมรับ
