ลู่หวยชวนคงท่ารินชาไว้ นิ่งเงียบไม่ขยับเขยื้อน
กระทั่งน้ำชาบนโต๊ะเอ่อล้นไหลลงมา เปียกชุ่มอาภรณ์ของเขา เขาจึงได้สติ วางถ้วยชาลงแล้วเช็ดคราบน้ำ
เขาค่อย ๆ เช็ดโต๊ะ สีหน้าไร้อารมณ์ ลู่หย่วนโจวมองไม่ออกว่าในใจเขาคิดเช่นไร
“นางสบายดีหรือไม่?”
ลู่หวยชวนเอ่ยขึ้นกะทันหัน ก้มหน้ามองหน้าหนังสือที่เปียกชุ่ม ปลายนิ้วกำแน่นโดยไม่รู้ตัว
ลู่หย่วนโจวครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “ดูแล้วสบายดีมาก”
ได้ยินเช่นนั้น ลู่หวยชวนก็ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
นางสบายดีทุกอย่าง เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว
เรื่องก่อนหน้านี้ เขาก็รู้ดี
เพราะจวนกั๋วกงอิงจู่ ๆ ก็เข้ามาสู่ขอ ฮ่องเต้จึงมิได้พระราชทานสมรสให้เสี่ยวจวิ้นอ๋องกับหมิงถัง
แต่ถึงอย่างนั้น ระหว่างพวกเขาก็ไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว
อย่างน้อยหมิงถังก็ไม่ถูกอำนาจแห่งราชสำนักบีบบังคับ เพียงเท่านี้ก็ดีมากแล้ว
ลู่หย่วนโจวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “พี่ใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากบอกท่าน”
“เรื่องใด?”
“ฉีเยี่ยนชิงไปสู่ขอเจียงหมิงถังแล้ว ข้าไม่รู้ว่าเขาเริ่มมีใจให้นางตั้งแต่เมื่อใด ขอโทษด้วย พี่ใหญ่”
ลู่หย่วนโจวไม่ค่อยกล้ามองหน้าเขา ในใจรู้สึกละอายอย่างประหลาด ราวกับเป็นคนชักนำหมาป่าเข้าบ้าน ถึงอย่างไรฉีเยี่ยนชิงก็เป็นสหายของเขา
ลู่หวยชวนชะงักไปเล็กน้อย ประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจขึ้นมาในทันที
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้
บัดนี้เขารู้แล้วว่าเหตุใดก่อนหน้านี้ฉีเยี่ยนชิงจึงจู่ ๆ นัดเขาออกไป ทว่าพอเห็นถุงหอมกลับทิ้งเขาไว้คนเดียวให้ทนลมหนาว
ลู่หวยชวนยิ้มบาง ๆ “เจ้าไม่จำเป็นต้องขอโทษ เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเจ้า คุณหนูเจียง... คนเช่นคุณหนูเจียงมีผู้เลื่อมใยก็เป็นเรื่องปกติมิใช่หรือ?”
“แต่ระหว่างนางกับท่าน... ฉีเยี่ยนชิงจะชอบนางได้อย่างไร นี่มัน...”
“หย่วนโจว เรื่องนั้นเป็นอดีตไปแล้ว”
ลู่หวยชวนขัดคำพูดของเขา แววตาหม่นลงเล็กน้อย พลางข่มความเจ็บปวดในใจ “ข้ากับคุณหนูเจียงไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว ต่อไปอย่าเอ่ยถึงเรื่องเหล่านี้อีก มิฉะนั้นหากผู้อื่นได้ยินเข้า ชื่อเสียงของนางจะมัวหมอง”
ลู่หย่วนโจวพยักหน้า “อ้อ ข้ารู้แล้ว แต่นางดูเหมือนยังไม่ได้ตอบรับฉีเยี่ยนชิง หากนางตอบรับ ข้าจะต้องอัดฉีเยี่ยนชิงอีกสักยก!”
