เจียงหมิงถังเพิ่งก้าวเข้าไปในตำหนักเฉิงเอิน ก็เห็นฉินจื้ออี้
พอเห็นนาง ฉินจื้ออี้ก็รีบกวักมือเรียก “หมิงถัง ข้าอยู่ทางนี้”
เจียงหมิงถังยิ้ม แล้วเดินเข้าไปหา ไม่นานฉีเจียอวี๋ก็มาถึง ทั้งสามจึงนั่งอยู่ด้วยกัน
คุณหนูและฮูหยินผู้สูงศักดิ์หลายคนไม่รู้จักเจียงหมิงถัง ทว่าต่างเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับนาง
อย่างเช่น เสี่ยวจวิ้นอ๋องเคยกล่าวว่าจะไม่แต่งกับผู้ใดนอกจากนาง อีกทั้งคุณชายใหญ่แห่งจวนกั๋วกงอิงก็อยากสู่ขอนางเช่นกัน
พวกนางจึงเกิดความสนใจในตัวเจียงหมิงถัง นั่งอยู่ตรงนี้ยังไม่ถึงหนึ่งเค่อ ก็มีคุณหนูหลายคนเข้ามาทักทายนาง
หลังรับมือกับคุณหนูเหล่านั้นเสร็จ เจียงหมิงถังก็สัมผัสได้ว่ามีคนกำลังมองมา เมื่อนางเหลือบตาไป ก็สบเข้ากับสายตาของลู่จิ้งเสียนพอดี
คราวก่อนยามขุนนางถวายฎีกากล่าวโทษตระกูลเจียง ตระกูลลู่ และสกุลเฟิงว่าพากันวิพากษ์วิจารณ์องค์รัชทายาท ลู่จิ้งเสียนก็ถูกลงโทษจนแทบเจ็บตาย
ไม่นานนัก นางก็ได้ข่าวว่าเจียงอวิ๋นฮุ่ยถูกส่งไปสงบจิตใจที่วัด
นางรู้สึกไม่เป็นธรรมแทนสหายสนิท คิดว่าเรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือเจียงหมิงถังแน่ จึงตั้งใจว่าพอบาดแผลหายดีแล้ว จะต้องเอาคืนให้ได้
ทว่าเมื่อแผลเพิ่งดีขึ้นเล็กน้อย ลู่หย่วนโจวพี่รองของนางก็กลับมาจากจวนกั๋วกงจิ้ง แล้วมอบเรื่องน่าตกใจให้แก่นาง
เขาเสนอเถาซื่อให้ส่งนางไปอยู่ที่ไร่นา เพื่อขัดเกลานิสัยเสียสักหน่อย
เถาซื่อตกลง
ลู่จิ้งเสียนแตกตื่น
นางไปขอร้องท่านย่า ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าลู่ไม่ได้ดูแลเรื่องในบ้านแล้ว ทั้งยังขัดเถาซื่อไม่ได้ ท้ายที่สุดนางจึงถูกส่งตัวไปอยู่ดี
แล้วเมื่อไปถึงไร่นา นางต้องทำอะไรทุกวันน่ะหรือ?
เลี้ยงหมู
ลู่หย่วนโจวตั้งใจให้คนนำหมูหลายตัวมาโดยเฉพาะ เพื่อให้นางคอยดูแล
วันแรก ลู่จิ้งเสียนก็แทบเสียสติ
นางไม่อยากเลี้ยงหมู!
ถ้าเลือกได้ นางไม่อยากอยู่ที่ไร่นาด้วยซ้ำ
แต่เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนาง
หัวหน้าคนงานที่ดูแลไร่นาได้รับคำสั่งจากนายหญิงใหญ่ตั้งแต่เช้าตรู่ ย่อมไม่ตามใจนาง นางจะร้องไห้โวยวายก็เชิญ แต่พอถึงเวลา งานที่ต้องทำก็ยังต้องทำ
อะไรนะ? นางไม่ทำงานหรือ?
คุณหนูบ้านนายท่านจะลงมือทุบตีนางไม่ได้ แต่ปล่อยให้อดข้าวได้กระมัง
