เหตุการณ์พลิกผันที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เจียงหมิงถังชะงักงัน ไม่รู้ว่าควรรับมืออย่างไรอยู่ชั่วขณะ
ฉีเยี่ยนชิงที่อยู่ข้าง ๆ เดิมทีใบหน้าบึ้งตึง ทว่ายามนี้กลับแทบอยากจุดประทัดฉลอง
ไท่ฟู่ผู้เฒ่ากับราชครูผู้เฒ่าแต่ก่อนต่างรับใช้คนละฝ่าย จึงตัดขาดความสัมพันธ์กันไปแล้ว
หากเจียงหมิงถังฝากตัวเป็นศิษย์ของไท่ฟู่ผู้เฒ่า นางก็จะไม่นับเป็นอาจารย์อาหญิงเล็กของเขาอีก
เช่นนั้นการที่เขาแต่งกับนาง ก็ย่อมไม่ถือว่าเป็นการลบหลู่ครูบาอาจารย์และบรรพชน
สวรรค์ช่วยเขาแล้ว!
จางเซียนหมากล้อมมองหยางปิ่งจงอย่างจนคำพูด “ท่านอาจารย์อา นี่คือของคำนับครูที่ข้าเตรียมไว้ให้อาจารย์ของข้า”
เขาชี้ไปยังเจียงหมิงถัง “นางเป็นศิษย์น้องหญิงเล็กของข้า เป็นหลานศิษย์ของท่าน ไม่ใช่ศิษย์ของท่าน!”
ใครจะรู้ว่าหยางปิ่งจงกลับเอ่ยประโยคเดียวจนเขาพูดไม่ออก “นางกราบอาจารย์อย่างเป็นทางการแล้วหรือ?”
จางเซียนหมากล้อม “...ยังขอรับ”
“ในเมื่อนางยังไม่ได้กราบอาจารย์อย่างเป็นทางการ เจ้าเรียกนางว่าศิษย์น้องหญิงเล็กได้อย่างไร?”
ฉีเยี่ยนชิงพยักหน้าเงียบ ๆ
นั่นสิ ๆ
ไท่ฟู่หยางกล่าวถูกต้องยิ่งนัก
เขาขอสนับสนุนเต็มสองมือ
จางเซียนหมากล้อมใช้ชีวิตราบรื่นมาตลอด จะไปสู้หยางไท่ฟู่จอมเจ้าเล่ห์ที่คลุกคลีอยู่บนคมดาบมาหลายสิบปีได้อย่างไร
หลายวันมานี้ หลังได้ใกล้ชิดกับเด็กสาวผู้นี้ เขาก็เห็นว่านางเฉลียวฉลาด ทั้งกล้าหาญและรอบคอบ นับเป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง
บังเอิญว่าศิษย์พี่ของเขามีลูกศิษย์อยู่ในสำนักแล้ว กระทั่งมีศิษย์หลานด้วย
ส่วนเขากลับไม่มีศิษย์สายตรงแม้แต่คนเดียว จะปล่อยไว้เช่นนี้ได้อย่างไร
ดังนั้นหยางปิ่งจงจึงนิ่งเงียบ รอให้หลานศิษย์โง่เขลาของตนเตรียมของคำนับครูให้พร้อม แล้วฉวยโอกาสวันนี้จัดฉากขึ้นมา ทำเอาอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน
ส่วนของคำนับครูอย่างเป็นทางการนั้น ไว้วันหน้าเขาค่อยชดเชยให้ศิษย์ตัวน้อยด้วยของที่ดีกว่านี้ รับนางเป็นศิษย์เสียก่อนค่อยว่ากัน
เขาหันไปมองเจียงหมิงถัง “ศิษย์ตัวน้อย เจ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่ว่าศิษย์พี่ของข้ามีพรสวรรค์โดดเด่นเพียงใด แต่ศิษย์ที่เขาสอนกลับทำได้เพียงเล่นหมากล้อม แสดงให้เห็นว่าเขาไม่เหมาะจะเป็นอาจารย์”
