ลู่หวยชวนชะงักงันไปก่อน ครั้นเข้าใจความหมายของนาง หัวใจก็พลันเต้นกระตุก
บางถ้อยคำไม่จำเป็นต้องกล่าวให้ตรงไปตรงมานัก
หากนางไม่เต็มใจแต่งให้เขา แล้วจะถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเรือนรองไปไย?
ลู่หวยชวนตอบตามจริง
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเรือนรองนั้นธรรมดายิ่ง
ลู่จิ้งเสียนสูญเสียมารดาแท้ ๆ ตั้งแต่เยาว์วัย จึงได้รับการเลี้ยงดูอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่า ไม่ว่าจะอาหาร เสื้อผ้า หรือข้าวของเครื่องใช้ ล้วนได้รับการดูแลเช่นเดียวกับบุตรสาวสายตรงคนโตแห่งจวนโหว ด้วยเหตุนี้จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเอาแต่ใจและหยิ่งผยอง คุณหนูคนอื่นในจวนต่างต้องหลีกทางให้นาง
ส่วนเขาเพราะมารดาแท้ ๆ จึงไม่เป็นที่โปรดปรานของผู้อาวุโส ลู่จิ้งเสียนแม้จะเรียกเขาว่าพี่ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เคารพเขาสักเท่าไร ปกติต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายกันกระมัง
“วันหน้าจิ้งเสียนก็ต้องออกเรือนไป ส่วนหากข้าสร้างครอบครัวแล้ว ก็จะรีบแยกจวนไปอยู่ต่างหาก”
ลู่หวยชวนเอ่ยเป็นนัย หลังกล่าวจบก็ไม่กล้ามองเจียงหมิงถัง กลัวว่านางจะคิดว่าเขาบุ่มบ่าม เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เขินอายได้ง่ายถึงเพียงนี้ เจียงหมิงถังก็อดหัวเราะในใจไม่ได้
นางเองก็เกิดนึกสนุก อยากหยอกเขาสักหน่อย จึงพยักหน้าแล้วจงใจกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ดีทีเดียว มิฉะนั้นหากลู่จิ้งเสียนเห็นข้าแล้วเดือดดาลจนก่อเรื่องขึ้นมา วันหน้าเราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร”
ใบหูลู่หวยชวนร้อนผ่าว ไม่กล้าคิดต่อถึงความนัยในคำพูดของนาง “น้องสาวข้ายังเยาว์วัย ทั้งเอาแต่ใจและถูกตามใจจนเคยตัวอยู่บ้าง คุณหนูเจียงอย่าถือสานางเลย”
คราวนี้เจียงหมิงถังไม่พอใจแล้ว “ท่านกำลังว่าข้าอายุมากหรือ? ข้าเพิ่งอายุสิบหก มากกว่านางเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น!”
“ไม่ใช่เช่นนั้นแน่นอน!” ลู่หวยชวนร้อนรน อยากอธิบายแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน สุดท้ายจึงได้แต่กล่าวขอโทษอย่างติดขัด “ขออภัย ข้าพูดผิดไป คุณหนูเจียงอย่าถือโทษเลย”
“วันนี้ข้าอารมณ์ดี จึงไม่คิดเล็กคิดน้อยกับคุณชายลู่ แต่วันหน้าก็ไม่แน่” เจียงหมิงถังไม่ได้กลั่นแกล้งเขา เพียงยิ้มแล้วกล่าวว่า “มารดากับท่านป้าคงรอกันจนร้อนใจแล้ว พวกเรารีบไปกันเถิด”
