เดิมทีฉีเยี่ยนชิงกำลังจะจากไป ทว่าคำพูดประโยคนั้นกลับทำให้เขาชะงักฝีเท้า
ในที่สุดเขาก็ปรายตามองมู่กวนหลานตรง ๆ “เหตุใดจึงถามข้าเรื่องนี้?”
“เจียงหมิงถังเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของจวนโหวเวยหย่วนที่พลัดหลงไปอยู่ภายนอก เติบโตมากับครอบครัวพ่อค้าในอวี้หนาน เพิ่งกลับนครหลวงเมื่อไม่นานมานี้ นอกจากชาติกำเนิดแล้ว ชีวิตของนางในอวี้โจวก็แสนธรรมดา แม้แต่หอเชียนจีก็ยังสืบหาเบาะแสอันใดไม่พบ”
ขณะกล่าว ดวงตาของมู่กวนหลานก็ฉายแววเย็นเยียบ “เพราะฉะนั้นข้าจึงมาถามเจ้า อย่างไรเสียในนครหลวง เจ้าอาจรู้มากกว่าข้าก็เป็นได้”
“ใครถามเจ้าเรื่องนั้น?” ฉีเยี่ยนชิงกล่าวอย่างหงุดหงิด “ข้าถามว่าเหตุใดจู่ ๆ เจ้าถึงสืบเรื่องเจียงหมิงถัง?”
“อ้อ เรื่องนี้เอง ข้าเป็นคนเจ้าสำราญมาแต่ไหนแต่ไร ทั้งยังทะนุถนอมสตรีเป็นที่สุด มีทั้งอนุและสาวใช้ข้างห้องมากมาย ทว่ายังขาดฮูหยินเจ้าหออีกสักคน”
มู่กวนหลานเลิกคิ้ว “ไม่นานมานี้ข้าพบคุณหนูเจียงที่หอเทียนเซียง นางงดงามยิ่งนัก ชวนให้ตะลึง เหมาะจะเป็นภรรยาเอกของข้าอย่างยิ่ง จึงให้คนไปสืบดูสักหน่อย”
ฉีเยี่ยนชิงแค่นหัวเราะเสียงเย็น “อย่ามาเสแสร้งต่อหน้าข้าเลย พวกนางเป็นสาวใช้ข้างห้องกับอนุจริง ๆ หรือเป็นมือสังหารกับสายสืบ เจ้าย่อมรู้แก่ใจ”
ถูกเขาเปิดโปง มู่กวนหลานกลับไม่แสดงท่าทีละอายใจ ซ้ำยังยิ้มกว้างกว่าเดิม “ซื่อจื่อฉีรู้เรื่องของข้ามากเสียจริง”
อย่างไรเสียก็รู้จักกันมาหลายปี ฉีเยี่ยนชิงจะไม่รู้เบื้องลึกของเขาได้อย่างไร จึงคร้านจะกล่าววาจาไร้สาระต่อ
“มู่กวนหลาน ตอนนั้นที่ข้าให้เจ้าปลอมเป็นอันเฉิงเสี่ยวจวิ้นอ๋อง ข้าเคยรับปากไว้จริง ๆ ว่าไม่ว่าเจ้าจะทำสิ่งใดในเขตพระราชวัง ตระกูลฉีก็จะคอยหนุนหลัง”
ฉีเยี่ยนชิงจ้องเขา “แต่ฟังให้ดี เจ้าอย่าได้แตะต้องเจียงหมิงถังเป็นอันขาด”
“ข้าไม่สนว่าเจ้ามานครหลวงด้วยเหตุใด แต่หากเจ้ากล้าคิดไม่ซื่อต่อนาง...” น้ำเสียงเขาเรียบเฉย “ข้าจะทำให้บริวารทุกคนของหอเชียนจีไม่เหลือแม้แต่กระดูก และทำให้เจ้าตายก็ไม่ได้ อยู่ก็ไม่เป็นสุข เช่นเดียวกับเมื่อสามปีก่อน”
เดิมทีมู่กวนหลานยังหัวเราะอย่างสำราญ ทว่าเมื่อสบเข้ากับจิตสังหารในดวงตาของฉีเยี่ยนชิง รอยยิ้มก็จางหายไปทีละน้อย
