หลังมู่กวนหลานออกจากจวนกั๋วกงจิ้งในวันนั้น ยังไม่ทันได้ทูลฮ่องเต้ว่าตนชอบเจียงหมิงถัง ข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงเสียแล้ว
เขาเข้าใจทันทีว่าตนตกหลุมพรางของฉีเยี่ยนชิงเจ้าคนชั่วเข้าให้แล้ว
อีกฝ่ายไหนเลยแค่หวังให้เจียงหมิงถังมีความสุข เห็นชัดว่าอยากให้เขายกเลิกการแต่งงานครั้งนี้โดยเร็วที่สุด
ข่าวลือที่แพร่สะพัดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยนี้ ต้องเป็นฝีมือเจ้าฉีชั่วแน่นอน
แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่ต้องการแก้แค้นลู่หวยชวน มู่กวนหลานจึงทำได้เพียงเดินตามแผนของฉีเยี่ยนชิง แล้วกราบทูลฮ่องเต้ว่าตนมีใจให้เจียงหมิงถัง
แน่นอนว่าเขาจะไม่ปล่อยให้ฉีเยี่ยนชิงได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว
วันนั้นเขาลอบส่งคนไปบอกองค์ชายรองถึงเบาะแสที่บ่งชี้ว่าชาติกำเนิดของตนมีพิรุธ
เมื่อองค์ชายรองสืบพบว่าเขาไม่ใช่จวิ้นอ๋องน้อยตัวจริง แล้วใส่ความจวนกั๋วกงจิ้งในข้อหาหลอกลวงเบื้องสูง ต่อให้ตำหนักบูรพารับรองให้ ฉีเยี่ยนชิงก็หนีไม่พ้นต้องถูกลงโทษอย่างหนัก!
ถึงตอนนั้นเขาค่อยแสร้งตายแล้วออกจากเมืองหลวง ใครก็ทำอะไรเขาไม่ได้
ถ้อยคำของมู่กวนหลานทำให้ฮ่องเต้หนักพระทัยไม่น้อย
พระองค์ตั้งพระทัยชดเชยให้จวิ้นอ๋องอันเฉิง จึงทรงตามใจบุตรชายของเขาเป็นอย่างยิ่ง
ทุกคนต่างรู้ว่าหากไม่ได้แต่งกับคุณหนูตระกูลเจียง เขาก็จะครองตัวเป็นโสดไปจนแก่ เช่นนั้นสายสกุลของจวิ้นอ๋องอันเฉิงมิขาดผู้สืบทอดหรือ?
ฮ่องเต้ทรงนึกถึงเรื่องนี้แล้วร้อนพระทัยยิ่งนัก
แต่จะมีพระราชโองการบังคับให้เจียงหมิงถังแต่งงานใหม่โดยตรงก็ไม่ได้ เช่นนั้นจะกลายเป็นเรื่องอะไรไป?
อีกทั้งยังต้องไม่ทำให้ชื่อเสียงของเจียงหมิงถังเสียหาย มิฉะนั้นจวนจวิ้นอ๋องอันเฉิงในภายหน้าก็ต้องพลอยอับอายไปด้วย นางยังเป็นศิษย์ของราชครูคนใหม่อีก
ด้วยนิสัยของหยางปิ่งจง เกรงว่าเขาจะกล้าต่อต้านฮ่องเต้อย่างพระองค์จริง ๆ
ฮ่องเต้จึงทรงคิดทบทวนไปมา ก่อนจะมุ่งเป้าไปที่จวนจงหย่งโหว
พระองค์เรียกจงหย่งโหวเข้าวังทันที ทั้งยังส่งสัญญาณเป็นนัยซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เขาถอนหมั้น ทว่าจงหย่งโหวเป็นคนซื่อตรง ไม่เข้าใจเลยสักนิด สุดท้ายจึงเอ่ยถามตรง ๆ ว่า “ฝ่าบาททรงเรียกกระหม่อมมา มีพระประสงค์ให้กระหม่อมทำสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
