ยามดึกสงัด ฝนพรำโปรยลงมา สายลมพัดแผ่วเบา
ภายในเรือนจู๋อิ่ง เสื้อผ้ากระจัดกระจายเต็มพื้น น้ำในถังอาบไม้หนานมู่เย็นชืดไปนานแล้ว
เจียงหมิงถังฟังเสียงฝนจนง่วงงุนแทบไม่ไหว
ทว่ายามที่นางกำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรา คนที่แนบชิดอยู่ด้านหลังกลับยื่นมือซึ่งวางอยู่ตรงเอวขึ้นมาอีกครั้ง
สัมผัสเย็นเยียบทำให้เจียงหมิงถังสะดุ้งตื่นในทันใด
นางผลักเขาออกทันที ก่อนฟาดเขาอย่างแรงหลายที “ฉีเยี่ยนชิง เจ้ายังไม่พออีกหรือ?!”
ซื่อจื่อฉีถูกจับได้คาหนังคาเขา ผมดำสยาย แผ่นอกเปลือยเปล่า ทว่าเขากลับไม่คิดว่าตนทำสิ่งใดผิด ทั้งยังโอบเอวนางไว้อีกครั้ง
เขาเอ่ยอย่างเกียจคร้าน “ยัง”
แค่นี้จะเรียกว่าพอได้อย่างไร
หากก่อนหน้านี้เจียงหมิงถังไม่โมโหจนตบเขาไปสองฉาด ป่านนี้พวกเขาคงยังไม่ออกจากถังอาบน้ำด้วยซ้ำ
เจียงหมิงถังพลิกตัวมาจ้องเขา “ข้าจะนอน!”
เขาขมวดคิ้ว “ฟ้าสางแล้วเจ้าจะนอนได้ทั้งวัน เหตุใดต้องนอนยามนี้ด้วย?”
“ก็เพราะข้าง่วง!”
ฉีเยี่ยนชิงทำสีหน้าเคร่งขรึม ทว่ามือกลับเริ่มซุกซนอีกครั้ง “เช่นนั้นเรามาทำเรื่องที่ทำให้กระปรี้กระเปร่ากันเถิด เจ้าจะได้ไม่ง่วง…ซี๊ด…”
ข้อนิ้วแหลมของเจียงหมิงถังข่วนแขนเขาอย่างแรง รอยเล็บที่เดิมก็ถี่อยู่แล้วจึงเพิ่มขึ้นอีกสองรอย จากนั้นนางก็คว้าหยิกเนื้ออ่อนของเขาบิดอย่างหนัก
นางยังมองเขาอย่างยั่วเย้า “คราวนี้กระปรี้กระเปร่าพอหรือยัง?”
ฉีเยี่ยนชิงสูดปากด้วยความเจ็บ
แม้จะเจ็บ แต่เขากลับไม่สะบัดมือออก เพียงจ้องนางนิ่ง “เจียงหมิงถัง ปล่อยมือ”
นางแค่นเสียง “ข้าไม่ปล่อย”
ฉีเยี่ยนชิงพยักหน้า ก่อนพลันขยับอย่างรวดเร็ว กดนางลงใต้ร่าง รวบข้อมือทั้งสองข้างยกขึ้นเหนือศีรษะ
ขณะเดียวกัน จุมพิตร้อนผ่าวและเร่งเร้าก็ประทับลงบนริมฝีปากนาง
