เผยจิ่งเหิงสัมผัสได้ว่าเจียงหมิงถังตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง ทำอะไรไม่ถูก
คงตกใจจนสมองว่างเปล่า ถึงได้ลืมผละออก
หากเขารุกเข้าใส่หรือหลบเลี่ยงในยามนี้ ไม่ว่าทางใดก็ย่อมทำให้นางหวาดกลัว
อย่างไรเสียนางก็ยังไม่เข้าใจความรู้สึกของเขาอย่างถ่องแท้
เร่งรัดเกินไปย่อมไม่บรรลุผล
วิธีที่ดีที่สุด แท้จริงแล้วคือทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วปล่อยให้นางวางแผนต่อไป
ทว่าความปรารถนาอันพลุ่งพล่านในใจกลับเอาชนะเหตุผลของเขา
เผยจิ่งเหิงพบว่าตนทำเช่นนั้นไม่ได้
ความยับยั้งชั่งใจที่เขาภาคภูมิใจมาโดยตลอด คล้ายกำลังพังทลายลงในชั่วขณะนี้
เขาไม่อยากแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และไม่อยากรักษาความสงบจอมปลอมเอาไว้
เปลือกนอกขององค์รัชทายาทผู้สุขุมอ่อนโยนพังทลายลงในพริบตา
สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงแรงกดดันและความดุดันอันรุนแรง แผ่คลุมทั่วราวกับตาข่ายไร้รูป
ในวินาทีที่เหตุผลแตกสลายสิ้น เผยจิ่งเหิงก็ขยับกาย
เขาโน้มตัวเข้าหานางโดยไม่รู้ตัว นิ้วยาวยื่นไปด้านหลังนางอย่างเงียบเชียบ แล้วโอบรัดนางไว้ในอ้อมอกอย่างแน่นหนาด้วยท่วงท่าที่ปิดทางหนีทุกด้าน
จากนั้นริมฝีปากก็เผยอออก ซึมซับความหอมหวาน
แต่ในชั่วขณะนั้นเอง คนในอ้อมแขนพลันลุกพรวดพราดราวนกที่ตกใจเสียงธนู แล้วผละหนีไปอย่างลนลาน
นางคุกเข่าอยู่บนพื้น เอ่ยตะกุกตะกักด้วยความประหม่า ไม่เหลือความสุขุมอย่างตอนวางแผนแม้แต่น้อย “หม่อมฉัน...หม่อมฉันมิได้ตั้งใจล่วงเกิน ขอองค์รัชทายาทโปรดอภัย!”
เมื่อเสียงนั้นดังขึ้น กระแสคลื่นลับที่โหมกระหน่ำก็ถอยกลับ อากาศคล้ายเริ่มไหลเวียนอีกครั้ง
เมื่อเห็นนางสั่นระริก ความหวั่นไหวและความปรารถนาทั้งหมดของเผยจิ่งเหิงก็ถูกเหตุผลกดข่มลงไป
เขารู้สึกจนใจอยู่ในอก
บอกแล้วว่าอย่าหุนหันเกินไป
