แม้ฉินเจ้าเย่จะมีอาการหวาดกลัวสตรีมานานกว่าสิบปี ทว่าอย่างไรเขาก็เป็นบุรุษ
ยิ่งในอ้อมแขนยังโอบกอดสตรีที่ตนพึงใจอยู่ด้วย
ดังนั้นเรื่องรักใคร่ระหว่างชายหญิง เขาจึงเรียนรู้ได้เองโดยไม่ต้องมีผู้ใดสอน
มีเพียงเจียงหมิงถังที่รู้ว่าเมื่อครู่ก่อน เขาร้อนรนและตื่นเต้นเพียงใด ยามปฏิบัติต่อนาง
เดิมทีเขาดูอ่อนโยนบริสุทธิ์ ทว่าหลังได้รับอนุญาตจากนางก็เริ่มไม่สำรวม
แตกต่างจากท่าทีระมัดระวังยามปกติอย่างสุดขั้ว
ถึงขั้นอดกลั้นไว้สักหน่อยแล้วกลับห้องก็ยังทำไม่ได้
ยามนั้นเจียงหมิงถังเองก็ไม่มีทีท่าจะห้าม
ซ้ำยังส่งเสริมการกระทำเช่นนี้อีกด้วย
บุรุษรูปงามอยู่ตรงหน้า นางเองก็ไม่ใช่นักพรตหญิงผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องที่รักษาพรหมจรรย์
ย่อมไม่ถือสาหากจะกินเขาเสียตรงนี้
ขณะที่นางกำลังดื่มด่ำ ปล่อยให้เขาปลดสาบเสื้อ ก็เกิดเหตุขึ้น
ฉินเจ้าเย่ที่กำลังง่วนอยู่ตรงหน้า พลันชะงักการเคลื่อนไหว
จากนั้นก็เอนตัวล้มไปด้านหลัง
เจียงหมิงถังตกใจจนสมองปลอดโปร่งขึ้นมาทันที รีบรวบเสื้อผ้าเข้าหากัน
“ฉินเจ้าเย่ เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”
เพราะนางนั่งอยู่บนโต๊ะ จึงไม่ทันได้ประคองเขาไว้ด้วยซ้ำ
โชคดีที่ฉินเจ้าเย่แม้จะไร้เรี่ยวแรงอยู่บ้าง แต่ก็ยังฝืนประคองตนไว้ ไม่ได้หมดสติไป
เพราะเงามืดจากวัยเยาว์ ลมหายใจของเขาจึงหอบถี่ ปวดไปทั่วร่าง ใบหน้าซีดเผือด แม้แต่ม่านตาก็เริ่มพร่าขยาย
ทว่าสิ่งที่คิดอยู่ในหัวกลับเป็นเรื่องเมื่อครู่
ชั่วขณะนั้นทั้งเจ็บปวดและปรารถนา
แล้วเลือดกำเดาก็ไหลออกมา
หยาดเลือดที่ร่วงลงทำให้เขาสงบลงได้เล็กน้อย
