เจียงหมิงถังมิได้ตอบทันที หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “ไม่ต้องร้อนใจ”
แม้ค่าความชื่นชอบที่เจียงสือซวี่มีต่อนางจะสูงที่สุดแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ผ่าน หากนางหาทางเปิดโปงชาติกำเนิดของเขาในยามนี้ แม้ความสัมพันธ์ทางสายเลือดจะสิ้นสุดลง แต่ด้วยนิสัยของเจียงสือซวี่ เขาอาจมิได้ใกล้ชิดนางมากขึ้น เพราะยังต้องคำนึงถึงความคิดของโหวเวยหย่วนกับฮูหยิน
อีกอย่าง ความรู้สึกบางอย่างยิ่งเก็บกดไว้นาน ก็ยิ่งหยั่งรากลึก สักวันเมื่อมิอาจกดไว้ได้อีก ก็จะปะทุออกมาราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก
นางเพียงรอให้เขามองเห็นหัวใจตนเอง และถึงวันที่ทนไม่ไหวอีกต่อไปก็พอ
ยามนี้เป็นพี่น้องกันไปก่อนย่อมดีกว่า ฐานะนี้จะช่วยให้นางเข้าใกล้เจียงสือซวี่ได้ง่ายขึ้น
ตอนนี้เจียงหมิงถังมีแต้มสะสม 608 แต้มแล้ว นางจึงพอจะเปิดดูของวิเศษชั้นสูงในร้านค้าของระบบได้บ้าง
แน่นอนว่านางยังตัดใจซื้อไม่ลง
แต้มเหล่านี้ต้องใช้ให้คุ้มค่า กว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือหนึ่งหมื่นล้าน ยังขาดอีกเก้าพันกว่าแต้ม
หนทางยังอีกยาวไกลนัก
สองวันต่อมา
วันนี้เป็นวันคัดเลือกแม่ทัพใหญ่หลังปรับระเบียบสามกองทัพ ฮ่องเต้และองค์รัชทายาทแห่งตำหนักบูรพาจะเสด็จมาด้วย เรื่องนี้สำคัญยิ่ง จะให้เกิดความผิดพลาดแม้แต่น้อยไม่ได้
ยามขอบฟ้าเริ่มสาง เจียงหมิงถังยังซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม แต่โหวเวยหย่วนกับเจียงสือซวี่ออกจากจวนไปแล้ว
เมื่อนางตื่นนอน ล้างหน้าหวีผมพอเป็นพิธีแล้ว ก็ไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่ากับเมิ่งซื่อตามปกติ พอเข้าไปในห้องด้านในก็ได้ยินว่าพวกนางกำลังหารือเรื่องในกองทัพ
เห็นฮูหยินผู้เฒ่ากังวลอย่างยิ่ง เจียงหมิงถังจึงปรนนิบัติให้นางดื่มชาหอม ก่อนปลอบว่า “ท่านย่า เรื่องนี้ยังไม่ลงเอยเสียหน่อย ไยต้องกังวลไปก่อน อีกอย่าง พี่ชายมีความสามารถโดดเด่น ทั้งยังมีผลงานติดตัว ย่อมได้รับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่สักตำแหน่งเป็นแน่”
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ฟังแล้วรู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง แต่ก็อดถอนใจไม่ได้ “ที่เจ้าพูดมาย่าก็เข้าใจ แต่คนที่มีความสามารถมิได้มีเพียงเขาคนเดียว”
นางได้ยินบุตรชายเล่ามานานแล้วว่า การคัดเลือกแม่ทัพคราวนี้ ตระกูลผู้ดีในเมืองหลวงต่างอยากฉวยโอกาสส่งบุตรหลานของตนเข้าไปกุมอำนาจในกองทัพ
