ภายในห้องโถงด้านข้าง ฉีเยี่ยนชิงนั่งนิ่งเงียบ มิได้แตะต้องน้ำชา ดวงตาจับจ้องไปยังประตู
ราวหนึ่งเค่อให้หลัง เจียงหมิงถังก็ปรากฏตัวตรงหน้าเขาในที่สุด
ทันทีที่ก้าวเข้าประตู นางก็อดประหลาดใจมิได้
เพิ่งไม่ได้พบกันสองสามวัน เหตุใดฉีเยี่ยนชิงจึงกลายเป็นสภาพนี้ไปได้?
บุรุษหนุ่มที่เดิมงดงามจนแยกไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง บัดนี้ใต้ตาคล้ำ ใบหน้าซีดเซียวกว่าแต่ก่อนมาก ริมฝีปากแทบไร้สีเลือด
แท้จริงแล้ว ช่วงหลายวันมานี้ฉีเยี่ยนชิงนอนไม่หลับสนิทเลยสักคืน
ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเจียงหมิงถังจุมพิตผู้อื่นก็ผุดขึ้นมาในหัว
เขาจึงพลิกกายไปมา กระสับกระส่ายจนมิอาจข่มตาหลับ
ครั้นหลับไปได้อย่างยากเย็น ความฝันก็ยังเป็นภาพเจียงหมิงถังจุมพิตกับผู้อื่น เขาจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที เหงื่อกาฬชุ่มกาย
แต่ก่อนเขาไม่เข้าใจว่าเหล่าบุรุษสตรีในโลกีย์รักใคร่กันไปมา ตกลงรักอะไรกันนักหนา
บัดนี้ตัวเขากลับถลำลึกลงไป มิอาจถอนตัวได้
ดังนั้นเมื่อเห็นเจียงหมิงถัง ฉีเยี่ยนชิงก็ลุกขึ้นทันที คว้าชายแขนเสื้อนางไว้ “เจียงหมิงถัง ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้า”
เมื่อเห็นนางส่งสัญญาณ เหล่าข้าหลวงที่ติดตามมาจึงถอยออกไป
ภายในห้องโถงเหลือเพียงพวกเขาสองคน เจียงหมิงถังเอ่ยเสียงเรียบ “พูดมาเถิด”
ฉีเยี่ยนชิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ข้าคิดได้แล้ว”
เจียงหมิงถังเลิกคิ้วเล็กน้อย “เรื่องอะไร?”
เขาเงยหน้าขึ้นมองนางไม่วางตา “ข้าชอบเจ้า และยังอยากแต่งเจ้าเป็นภรรยา”
“ไม่ว่าแต่ก่อนเจ้าจะจุมพิตผู้ใด ขอเพียงเจ้าชอบข้าและยินดีแต่งให้ข้า ข้าก็ไม่ถือสาอะไรอีกแล้ว”
ในที่สุดเขาก็เกลี้ยกล่อมตนเองได้สำเร็จ
แล้วอย่างไรหากนางจุมพิตเขาเป็นคนที่สาม?
นางยังเยาว์วัย เพียงถูกสองคนก่อนหน้าหลอกล่อ จึงจุมพิตพวกเขาไปครั้งหนึ่งเท่านั้น
ขอเพียงนางยินดีแต่งให้เขา เขาก็ทำเป็นไม่รู้อะไรได้
นี่คือการตัดสินใจที่ฉีเยี่ยนชิงไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว
เขาคิดว่าตนใจกว้างมากพอแล้ว แต่กลับไม่คาดคิดว่าเจียงหมิงถังจะส่ายหน้า ดึงมือออก แล้วเอ่ยด้วยท่าทีผิดหวังอยู่บ้าง
