วันรุ่งขึ้น
ช่วงหลายวันนี้ เจียงหมิงถังตื่นแต่เช้าตรู่ทุกวัน
นางไม่เพียงต้องช่วยฟ่านซื่อ อาสะใภ้รอง จัดการธุระในจวน ยังต้องไปแสดงความกตัญญูต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าอีกด้วย
วันนี้ขณะกำลังปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าดื่มยา นางก็ได้รับข่าวว่ามีคนจากตำหนักบูรพามา
คนทั้งครอบครัวรีบออกไปต้อนรับที่หน้าประตู ผู้มาเยือนคือหลิวฝู ขันทีผู้ดูแลกิจการของตำหนักบูรพา ซึ่งมาเป็นตัวแทนองค์รัชทายาทส่งข่าว
“องค์รัชทายาทตรัสว่า คนที่ส่งไปหวยโจวพบเจียงชานเจี้ยงแล้ว อีกไม่นานเขาก็จะกลับเมืองหลวงอย่างปลอดภัย”
พอได้ยินดังนั้น สีหน้าซีดเซียวจากอาการป่วยของฮูหยินผู้เฒ่ากับเมิ่งซื่อก็พลันดีขึ้นกว่าครึ่ง
หลิวฝูกล่าวยิ้ม ๆ ว่า “องค์รัชทายาทยังตรัสอีกว่า เจียงชานเจี้ยงจัดการงานได้ดีเยี่ยม ทั้งยังได้รับบาดเจ็บเพราะเรื่องนี้ ครั้นกลับเมืองหลวงแล้ว จะทรงกราบทูลความดีความชอบต่อฝ่าบาทให้เขา”
กล่าวจบ เขาก็ประสานมือคำนับ “ข้าน้อยขอแสดงความยินดีกับฮูหยินผู้เฒ่าล่วงหน้า”
“ขอบคุณท่านขันที”
ฮูหยินผู้เฒ่าตอบรับพร้อมรอยยิ้ม แล้วสั่งให้คนนำถุงเงินมาให้ ยัดใส่มือหลิวฝู
“ท่านขันทีหลิวลำบากเดินทางมา มอบน้ำใจเล็กน้อยนี้ไว้ดื่มชาเถิด”
หลิวฝูปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สุดท้ายก็ขัดนางไม่ไหว
หลังรับเงินแล้ว เขามองเหล่าสตรีเต็มลาน สีหน้าพลันเคร่งขรึมขึ้น “คุณหนูใหญ่ของจวนท่าน ผู้ใดคือเจียงหมิงถัง?”
ทุกคนชะงัก ต่างหันไปมองพร้อมกัน
เจียงหมิงถังกลายเป็นจุดสนใจในทันที ตอนแรกนางทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย ก่อนจะก้าวออกมา “ท่านขันทีหลิว ข้าคือเจียงหมิงถัง”
หลิวฝูพยักหน้าให้นาง จากนั้นจึงหันไปทางฮูหยินผู้เฒ่า “ฮูหยินผู้เฒ่า องค์รัชทายาทมีรับสั่งถึงคุณหนูเจียง ขอข้าน้อยยืมตัวนางไปพูดคุยสักครู่ได้หรือไม่?”
ฮูหยินผู้เฒ่าย่อมเห็นด้วย
เมิ่งซื่อกังวลอยู่บ้าง “ท่านแม่ หรือหมิงถังทำสิ่งใดให้ขัดเคืององค์รัชทายาทหรือเจ้าคะ? ข้าเห็นสีหน้าท่านขันทีหลิวเคร่งขรึม ไม่เหมือนเป็นเรื่องดีเลย”
ฮูหยินผู้เฒ่าคิดว่าหมิงถังรู้กาลเทศะและเข้าใจความเหมาะสม ไม่น่าจะทำอะไรบุ่มบ่าม
อีกทั้งองค์รัชทายาทก็ทรงอ่อนโยนต่อผู้อื่นมาโดยตลอด ทั้งสองฝ่ายไม่มีทางขัดแย้งกันได้
