“เหตุใดพี่ชายจึงไม่สวมแหวนหยกที่ข้ามอบให้?”
หลายวันก่อน นางซื้อของขวัญชิ้นหนึ่งจากหออวิ๋นจิ่น มอบให้เจียงสือซวี่
ยามออกจากหอเทียนเซียง เขารับปากนางอย่างชัดเจนว่าจะสวมติดตัวไว้ตลอด
เจียงสือซวี่กลับไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
แหวนหยกรูปปลาคู่ชิ้นนั้นมีเนื้อหยกงดงามยิ่ง เพียงมองปราดเดียวก็เห็นได้ว่านางตั้งใจเลือกเป็นของขวัญ
ยามได้รับมา เขาย่อมยินดี ทั้งยังสวมติดกายทันที
ทว่าเมื่อไปถึงค่ายทหารปู้จวิน รองแม่ทัพผู้เป็นทั้งลูกน้องและสหายสนิทกลับมองเขาด้วยสายตาแปลกไป
ยามอยู่กันตามลำพัง อีกฝ่ายยิ่งหยอกเย้าว่า ต้นไม้เหล็กที่ยากจะผลิดอกเช่นเขา มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณหนูตระกูลใดหรือ
เจียงสือซวี่ในยามนั้นงุนงงไปหมด “คุณหนูอะไร?”
“อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง หากไม่มีคุณหนู แล้วแหวนหยกนี่ใครมอบให้เจ้า?”
เขายังไม่ทันได้อธิบายว่าน้องสาวร่วมสายเลือดเป็นผู้มอบให้ อีกฝ่ายก็ส่งเสียงจุ๊ ๆ ขึ้นมาเสียก่อน
“หากไม่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน แล้วจะมอบเครื่องประดับรูปปลาคู่คลอเคลีย สื่อถึงการเกี้ยวพาราสีให้เจ้าทำไม?”
เจียงสือซวี่ผู้ไม่เคยรู้เรื่องรักใคร่ระหว่างชายหญิงพลันนิ่งงัน
ก้มมองแหวนหยกในมือ ก็พบว่ามีลวดลายดังที่สหายกล่าวจริง
เพียงแต่ตรงจุดที่ปลาคู่เกี่ยวหางกันนั้นมีลูกปัดสองเม็ดประดับอยู่ หากไม่เพ่งดูให้ดีก็สังเกตไม่เห็น
เจียงสือซวี่ขมวดคิ้วในตอนนั้น ทว่าด้วยความที่เขากับเจียงหมิงถังมีสายเลือดเดียวกัน ความคิดแรกจึงเป็นว่านางคงไม่ได้สังเกตให้ถี่ถ้วนตอนเลือกซื้อ
ไม่ว่าอย่างไร ของที่ชวนให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเช่นนี้ก็ไม่ควรสวมออกไปเดินอวดผู้คน เขาจึงถอดเก็บไว้ก่อน
