เจียงหมิงถังปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก็พอจะเดาฐานะของอีกฝ่ายได้
คุณหนูรองแห่งจวนจงหย่งโหว ลู่จิ้งเสียน เพราะกำพร้ามารดาตั้งแต่เยาว์วัย จึงถูกเลี้ยงดูอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าจงหย่งโหวและเป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่ง
ในต้นฉบับ หลังเจียงอวิ๋นฮุ่ยได้เป็นฮองเฮา นางก็แต่งให้กับอ๋องในราชสำนัก
นิยายก็เป็นเช่นนี้ มักมีพล็อตสำเร็จรูปอยู่เสมอ
อย่างเช่นนางเอกแต่งให้อ๋องผู้นี้ ซึ่งต่อมากลายเป็นพระเอก ต่อให้ช่วงแรกไร้ความสามารถและมีอำนาจน้อยเพียงใด ช่วงหลังก็จะได้รับความช่วยเหลือจากสวรรค์ จนได้ขึ้นครองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิ
ส่วนสหายสนิทของนางเอก ย่อมลงเอยอย่างสุขสม แต่งให้พี่น้องร่วมสายเลือดของพระเอกอะไรทำนองนั้น พบเห็นได้ดาษดื่น
ในสายตาเจียงหมิงถัง นิสัยของลู่จิ้งเสียนผู้นี้แตกต่างจากชื่อของนางโดยสิ้นเชิง ทั้งไม่สงบเสงี่ยมและไม่ปราดเปรื่อง
หากพูดให้ไพเราะหน่อย ก็เรียกว่านิสัยตรงไปตรงมา ไร้เดียงสาและช่างฝัน
หากพูดให้ไม่น่าฟัง ก็คือไร้สมอง คำพูดใดก็เอ่ยออกมาได้โดยไม่เคยคำนึงถึงผู้อื่น
หากไม่ได้อาศัยบารมีของเจียงอวิ๋นฮุ่ย นางเอกตัวจริงของเรื่อง ป่านนี้คงถูกคนจับใส่กระสอบแล้วรุมทุบตีไปนานแล้ว
จวนจงหย่งโหวจัดงานเลี้ยงเชิญนางมา เห็นได้ชัดว่าต้องการหารือเรื่องแต่งงานเพื่อผูกสัมพันธ์ แต่มีเพียงคนสมองหมูเช่นนี้เท่านั้น ที่ไม่ไว้หน้าใครแม้แต่น้อย ถึงกับหาเรื่องนางต่อหน้าผู้คนมากมายและพูดจาเช่นนี้ออกมา
ผู้คนในเมืองหลวงล้วนมองคนด้วยฐานะ ในสายตาพวกเขา คนที่เกิดในตระกูลพ่อค้าย่อมไม่ต่างจากโคลนเลนในท้องนา
แต่บัดนี้ก้อน “โคลนเลน” อย่างนางกลับพลิกฐานะ กลายเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของจวนโหว ใครที่ไม่อยากล่วงเกินจวนโหวเวยหย่วนย่อมไม่พูดจี้ใจดำเช่นนั้น
แต่ก็ใช่ ลู่จิ้งเสียนเป็นคนประเภทที่มีไว้เพื่อออกหน้าแทนนางเอกมิใช่หรือ
วันนั้นนางเล่นงานเจียงอวิ๋นฮุ่ยที่หออวิ๋นจิ่น หลังจากนั้นเจียงอวิ๋นฮุ่ยไปพบสหายที่นัดกันไว้ ณ โรงน้ำชา คนผู้นั้นก็น่าจะเป็นลู่จิ้งเสียน
เจียงหมิงถังไม่เชื่อหรอกว่า หลังจากถูกนางเล่นงานแล้ว เจียงอวิ๋นฮุ่ยจะอดบ่นให้สหายสนิทฟังไม่ได้สักสองสามคำ
บ่นไปบ่นมา ก็ผูกความแค้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
