ราตรีโรยตัว ภายในมหาวิหารจุดกำยานสงบใจขึ้นมา
บนเตียงไม้เนื้อนุ่ม ยวนนั่วนั่วห่มผ้านวมผืนนุ่มกลิ้งไปกลิ้งมา ขาสั้นจ้ำม่ำสองข้างถีบป่ายอย่างร่าเริง แต่ไม่ยอมหลับตาเสียที
“ท่านอาจารย์ นั่วนั่วไม่ง่วงเลยสักนิด”
นางกะพริบตากลมโตดำขลับ เงยหน้ามองกู่ชิงเฟิงที่นั่งอยู่ข้างเตียง
“ยามไฮ่แล้ว เด็กดี รีบนอนเถิด” กู่ชิงเฟิงดึงผ้าห่มผืนเล็กที่ทำจากผ้าไหมหลินเผามาคลุมหน้าท้องกลมป้อมของนางให้มิดชิด
ยวนนั่วนั่วโผล่มืออวบขาวนุ่มทั้งสองข้างออกจากผ้าห่ม คว้านิ้วชี้เรียวยาวของกู่ชิงเฟิงมากอดแน่น ไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด “อยากฟังนิทาน! ต้องฟังนิทานก่อนถึงจะหลับตาได้!”
กู่ชิงเฟิงมองท่าทางออดอ้อนดื้อแพ่งของนางแล้วได้แต่ยิ้มอ่อน เขาลูบหน้าผากนุ่มฟูของนางเบา ๆ แววตาเปี่ยมด้วยความอ่อนโยน “อยากฟังเรื่องอะไรเล่า?”
“อยากฟังเรื่องที่ท่านอาจารย์ปราบเจ้าคนชั่วตัวร้ายเมื่อก่อน!” เจ้าตัวน้อยกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ดวงตาเป็นประกาย
กู่ชิงเฟิงยิ้มน้อย ๆ แล้วลดเสียงลง
“เช่นนั้นอาจารย์จะเล่าเรื่องเมื่อเนิ่นนานมาแล้ว ที่ดินแดนเก้าโยวมีมังกรดำตัวหนึ่งก่อกรรมทำเข็ญมากมาย มังกรดำนั้นถือกำเนิดในหุบเหวมรณะเก้าโยว อาศัยตบะบำเพ็ญนับหมื่นปีและเกล็ดมังกรแข็งแกร่งทั่วร่าง ก่อคลื่นลมปั่นป่วนอยู่เสมอ ทั้งยังทำไร่นาอุดมสมบูรณ์เสียหายไปนับพันลี้ กลืนกินสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้คนทั่วหล้า”
เสียงของเขาทุ้มต่ำใสกระจ่าง ชวนให้ผู้ฟังสงบใจ
ยวนนั่วนั่วฟังจนแทบกลั้นหายใจ ดวงตาดำขลับราวอัญมณีจ้องเขม็งไม่กะพริบ อดถามเสียงเบาไม่ได้ “แล้ว...ต่อมาเล่า? มนุษย์ธรรมดาสู้เจ้าหนอนยักษ์นั่นไม่ไหว ท่านอาจารย์เลยไปปราบมันหรือ?”
