เล่ออวี้อุ้มไข่นั่งนิ่งอีกพักหนึ่ง กระทั่งพฤกษามาตามไปกินอาหารค่ำ
อาหารค่ำเป็นกับข้าวที่ห้องครัวส่งมาให้ มีกับข้าวสี่อย่างกับน้ำซุปหนึ่งอย่าง ทั้งเนื้อทั้งผัก ดีกว่าที่นางเคยกินตอนอยู่หมู่บ้านเย่าผิงไม่รู้กี่เท่า
เล่ออวี้นั่งลงที่โต๊ะ พฤกษากับบุปผายืนอยู่ด้านข้าง
“พวกเจ้าสองคนนั่งลงกินด้วยกันเถิด” เล่ออวี้กล่าว
พฤกษากับบุปผาสบตากันแวบหนึ่ง แต่ไม่มีใครขยับ
“นั่งลง” เล่ออวี้ย้ำอีกครั้ง น้ำเสียงจริงจังกว่าก่อนหน้า
พฤกษาดึงแขนเสื้อบุปผา ทั้งสองคนจึงนั่งลงข้างโต๊ะ
เล่ออวี้คีบหมูตุ๋นน้ำแดงใส่ให้คนละชิ้น
“กินเถิด”
พฤกษากัดไปหนึ่งคำ น้ำตารื้นแทบร่วง
“เป็นอะไรไป?” เล่ออวี้ตกใจ
“มิ…มิได้เป็นอะไร” พฤกษาสูดจมูก “บ่าวไม่เคยกินเนื้อที่อร่อยเพียงนี้มาก่อน”
เล่ออวี้นิ่งไป ก่อนจะยิ้มออกมา
“ต่อไปนี้ได้กินทุกวัน”
พฤกษาพยักหน้าแรง น้ำตาก็ยังไหลอาบแก้ม
บุปผานั่งอยู่ข้างๆ กินเนื้อไปทีละน้อยๆ ปลายหูแดงระเรื่ออีกแล้ว ขอบตาก็แดงเช่นกัน
เล่ออวี้มองดูพวกนางพลันนึกถึงตัวเองขึ้นมา
เมื่อวันก่อน นางเองก็เป็นเช่นนี้
ครั้งแรกที่ได้กินหมูตุ๋นน้ำแดง แทบจะร้องไห้ออกมา
ในโลกนี้ คนที่ไม่มีรากวิญญาณ ใช้ชีวิตยากเย็นนัก
แค่ได้กินเนื้อสักคำก็นับว่าฟุ่มเฟือย
“พฤกษา บุปผา” เล่ออวี้วางตะเกียบลง
สาวใช้ตัวน้อยทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองนาง
“พวกเจ้าตามข้ามา ข้าจะไม่ปฏิบัติต่อพวกเจ้าไม่ดี” เล่ออวี้กล่าวอย่างจริงจัง “ตราบใดที่ข้ายังอยู่ พวกเจ้าก็จะได้กินอิ่ม”
น้ำตาของพฤกษาไหลรินมากขึ้น ทว่ามุมปากกลับยกโค้งขึ้น
บุปผาก้มหน้า เอ่ยเสียงเบาว่า “ขอบพระคุณคุณหนู”
