“นายเป็นคนดีนะ แต่ให้นายให้สิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้ เราถูกกำหนดมาให้อยู่กันคนละโลกอยู่แล้ว เพราะงั้นหลี่มู่หาน เลิกตามตื้อฉันได้แล้ว ลาก่อน”
เด็กสาวผู้มีใบหน้างดงามดุจนางฟ้าโค้งคำนับให้หลี่มู่หานหนึ่งครั้งก่อนจะขึ้นนั่งเบาะข้างของรถสปอร์ตหรู
รถสปอร์ตแล่นจากไป ทิ้งให้หลี่มู่หานยืนงงอยู่กับไอศกรีมโคนสองแท่งในมือ
ทุกอย่างก็ดูดีมาตลอด ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงถูกบอกเลิกล่ะ? แถมยังใช้แม่แบบมาตรฐานสุด ๆ ด้วย
“แม่งเอ๊ย ไปเถอะ ไปให้หมดเลย กูจะได้กินไอศกรีมสองแท่ง”
หลี่มู่หานนั่งอยู่บนม้านั่งในสวนสาธารณะ กินไอศกรีมสองโคนไปพร้อมกับนึกย้อนถึงทุกอย่างเกี่ยวกับกู้รั่วซี
เขากับกู้รั่วซีถือว่าเป็นเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกัน เข้าเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายที่เดียวกัน ทั้งคู่คบเป็นแฟนกันอย่างเป็นทางการตอนอยู่ชั้นม.6
เพื่อกู้รั่วซี หลี่มู่หานถึงกับพยายามเรียนอย่างหนัก จนสุดท้ายสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับกู้รั่วซีได้
แต่ช่วงเดือนแรกที่เพิ่งเปิดเทอมมหาวิทยาลัยนั่นแหละ หลี่มู่หานก็ได้ประจักษ์กับตัวถึงสิ่งที่เพื่อนสนิทเคยบอกไว้ว่า พอเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงก็จะเปลี่ยนไป
เพราะขอบฟ้ากว้างขึ้น พวกเขาจะได้เห็นหลายสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ภายในจิตใจก็จะได้รับแรงกระทบและสิ่งล่อตาล่อใจนับไม่ถ้วน
หลี่มู่หานไม่ยอมเชื่อ เขาคิดว่ากู้รั่วซีคงต้องมีเหตุขัดข้องบางอย่างถึงบอกเลิกกับเขา
“เดี๋ยวนะ แบบนี้จะดูเราง้องแง้งเกินไปไหม ขอต่อรองหน่อยได้ปะ ฉันมีเหตุผลอื่นเลยอยากง้อเธอกลับมาน่ะ?”
......ได้
หลี่มู่หานพิจารณาว่าพ่อแม่ของกู้รั่วซีก็เป็นพ่อแม่บุญธรรมของเขา ต่อไปก็ต้องเจอหน้ากันทุกวัน ความสัมพันธ์นี้ไม่ควรให้บาดหมางเกินไป
เพราะงั้นอย่างน้อย ๆ ก็คิดว่าเป็นแฟนกันไม่ได้แล้วก็เป็นเพื่อนกันเถอะ
“ก็ยังเหมือนหมาเลียอยู่นั่นแหละ”
หลี่มู่หานเศร้าจัดเลยฆ่าตัวตาย จบบริบูรณ์
“......โทษที พ่อ ขอเวอร์ชั่นสองนะ”
ดังนั้นตลอดหลายเดือนมานี้ หลี่มู่หานถึงพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์ครั้งนี้ หรือพูดได้ว่ามิตรภาพครั้งนี้ ถึงกับต้องกัดฟันซื้อกำไลข้อมือราคาสองพันหยวน
นี่ถือเป็นค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยสำหรับหลี่มู่หานที่ทำงานไปด้วยเรียนไป
จนกระทั่งวันนี้ เขาได้เห็นกับตาว่ากู้รั่วซีนั่งรถไปตามอนาคตที่เธอต้องการห่างจากเขาไป ตอนนี้เขาถึงได้ตระหนักว่ากำไลข้อมือในมือเขาแตกต่างอย่างมากกับสิ่งที่กู้รั่วซีต้องการ
หลี่มู่หานลากสังขารอันอ่อนล้ากลับมาห้องเช่า
เขาใช้ชีวิตอ่านหนังสือคนเดียวที่ต่างเมือง เพื่อจะได้อยู่กับกู้รั่วซี เขาจึงตัดสินใจเด็ดเดี่ยวเช่าห้องนี้ แต่กู้รั่วซีอยู่ที่นี่เพียงหนึ่งสัปดาห์
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หล่อนได้ย้ายของตัวเองออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงห้องว่างเปล่า
ชั่วขณะหนึ่ง หลี่มู่หานรู้สึกว่าตัวเองสูญเสียทุกอย่าง
กริ๊งกริ๊ง——
เสียงมือถือดัง
“หลี่มู่หาน วันนี้เสี่ยวหวังกะกลางคืนไม่สบาย นายมาออกเวรแทนเขาหน่อย”
เป็นเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ต 24 ชั่วโมงที่หลี่มู่หานทำงานพิเศษอยู่
แม้รักจะจากลา แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อ อาทิตย์หน้าใกล้ถึงวาระจ่ายค่าเช่าห้องแล้ว
พ่อแม่หลี่มู่หานตายเร็วมาก เขากับญาติคนอื่น ๆ ก็นับว่าขาดการติดต่อกันแล้ว
ดังนั้นเรื่องขอความช่วยเหลือจากครอบครัวอะไรทำนองนั้นก็ไม่มีทาง กู้รั่วซีพ่อแม่ของหล่อนแม้จะเป็นพ่อแม่บุญธรรมของเขา แต่คนอื่นก็ส่งเขาเรียนถึงมหาวิทยาลัยแล้ว จะยื่นมือไปขอเงินอีกก็ออกจะหน้าด้านไปหน่อย
ไปล้างหน้าแล้วหลี่มู่หานไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ต โชคดีคืนนั้นลูกค้าไม่เยอะ ไม่มีใครสังเกตว่าเขาเกือบจะอยู่ในสภาพเหม่อลอยตลอด
ตีห้า ออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต หลี่มู่หานพบว่าฟ้ามีฝน เขากางร่ม ลากร่างอิดโรยเดินกลับบ้าน
แต่ระหว่างผ่านสวนสาธารณะไม่ไกลจากบ้าน หลี่มู่หานก็สังเกตเห็นเด็กสาวคนหนึ่งนั่งอยู่บนชิงช้าในสวนโดยไม่กางร่ม
“เซี่ยเยว่?”
หลี่มู่หานรู้จักเด็กสาวคนนี้ นางเป็นคนดังในมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนอยู่ เป็นนักศึกษาปีหนึ่งเหมือนกัน แต่โด่งดังเพราะนิสัยหยิ่งยโสเยือกเย็นกับใครต่อใครและหน้าตาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
แม้จะเป็นนักศึกษาใหม่เหมือนกัน ทุกคนก็ต่างรักษาระยะห่างกับเซี่ยเยว่ แถมยังมีข่าวลือว่าเซี่ยเยว่เป็นสาวกร้านโลก สูบบุหรี่ กินเหล้า และมีเรื่องชกต่อยบ้าง
แบบนี้ก็ยิ่งทำให้ข่าวลบของนางเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่หลี่มู่หานที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องซุบซิบในมหาวิทยาลัยก็ยังเคยได้ยินชื่อคนนี้บ่อย ๆ
หลี่มู่หานมองเซี่ยเยว่ที่นั่งเหม่อบนชิงช้ากลางสายฝน อึ้งไปพักหนึ่งก่อนจะรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปใกล้
“คุณคือเซี่ยเยว่เหรอ?”
ท่ามกลางสายฝนที่สาดกระหน่ำ ร่างบางผู้โดดเดี่ยวของเด็กสาวดูเล็กน้อยเหลือเกิน เส้นผมสีดำสวยบัดนี้กลับดูหม่นหมอง
จนกระทั่งร่มในมือหลี่มู่หานช่วยบังลมฝนให้นาง นางจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
“......?”
เด็กสาวมองหลี่มู่หาน ใบหน้าเผยแววงุนงง
ปลายผมของนางเปียกฝน น้ำฝนซึมไหลลงมาตามใบหน้า เสื้อฮู้ดแขนยาวกับกระโปรงสั้นตาหมากรุก และถุงน่องสีดำที่รัดเรียวขาทั้งคู่ก็เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนแล้ว
แบบนี้ต่อไปคงจะไม่สบายแน่ หลี่มู่หานคิดในใจ
“แบบนี้ต่อไปคงจะไม่สบายนะ”
“ไม่ใช่เรื่องของคุณ”
น้ำเสียงเซี่ยเยว่ฟังดูแผ่วเบามาก อาจเพราะเสียงฝนดังเกินไป หลี่มู่หานรู้สึกว่าถ้าเขามาช้ากว่านี้ เด็กสาวคนนี้อาจถูกพายุฝนนี้กลืนกินไปจนสิ้น
อีกฝ่ายบอกชัดเจนแล้วว่าไม่ต้องการให้คุณสอดรู้สอดเห็น
แต่หลี่มู่หานมองร่างเล็กบางนั้น ในหัวก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองเคยยืนเดียวดายแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างกลางพายุฝนแบบนี้มาก่อน
ตอนนั้นเขาคิดอะไรอยู่?
อยากให้ใครมาช่วย อยากให้ใครสนใจ
“ผมพาไปส่งบ้านนะ”
ดังนั้นหลี่มู่หานจึงเอ่ยปากพูด
เขาสังเกตดูเสื้อผ้าของเซี่ยเยว่
เสื้อฮู้ดที่เปียกจนชุ่มนั้นดูออกจะเก่า กระโปรงยับย่นชัดเจน ถุงน่องก็ขาดเป็นรูหลายรู
ดูเหมือนไม่เปลี่ยนเสื้อผ้ามาหลายวันแล้วยังไงยังงั้น
เซี่ยเยว่ใช้มือทั้งสองกำโซ่เหล็กของชิงช้า สายตามองตรงไปข้างหน้า พูดราวกับพูดกับตัวเอง
“ฉันไม่มี......”
“อะไรนะ?”
หลี่มู่หานฟังไม่ชัด เลยขยับเข้าไปใกล้อีกนิด
“ฉันไม่มีบ้าน”
“อ้าว? คุณก็เด็กกำพร้าเหมือนกันเหรอ?”
หลี่มู่หานรู้สึกว่าตัวเองพูดอะไรโง่ ๆ ออกไปจริง ๆ อ้อ แล้วเซี่ยเยว่ก็ไม่พูดอะไรอีก แค่นิ่งเงียบ ริมฝีปากที่สั่นเพราะหนาวค่อย ๆ เม้มแน่น
รีบไปจากที่นี่เถอะ
เสียงหนึ่งเร่งเร้าหลี่มู่หานในหัว เด็กสาวคนนี้ก็แค่สาวกร้านโลกที่ไม่ยอมกลับบ้าน กลางคืนก็เที่ยวเตร่ข้างนอก อย่าเข้าไปพัวพันกับนางเด็ดขาด
จริงอยู่ ชื่อเสียงเซี่ยเยว่ที่มหาวิทยาลัยแย่มาก ถึงขนาดมีข่าวลือว่ากลางคืนนางจะพาผู้ชายกลับบ้าน และเวลานี้ไม่ยอมกลับบ้านยังมาอยู่ในสวนสาธารณะอีก
ต้องมีเงื่อนงำลับอะไรแน่ วิธีที่ดีที่สุดคือรีบออกไป อย่าหาเรื่องใส่ตัว
แต่ความคิดในหัวกลับเร็วกว่าปาก
ก่อนที่สมองของหลี่มู่หานจะออกคำสั่ง ปากเขากลับเปิดพูดก่อน
“อ้อ ถ้างั้นจะมาหาผมไหมครับ บ้านผมก็กว้างพอตัวนะ”
“......?”
ใบหน้าเยือกเย็นราวภูเขาน้ำแข็งของเซี่ยเยว่เผยแววไม่เข้าใจออกมา แม้แต่หลี่มู่หานเองก็คาดไม่ถึงว่าตัวจะพูดอะไรแบบนี้ออกไป
“อยู่ที่นี่เรื่อยไปก็ไม่ดีนะครับ อีกอย่างดึกป่านนี้แล้ว แถวนี้ก็อาจจะมีคนไม่ดี อย่างน้อยไปอาบน้ำที่บ้านผมก่อนก็ได้”
เชี่ย
หลี่มู่หานอยากร้องยี้ให้ตัวเองจริง ๆ ทำไมยิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะ ขนาดเรื่องส่วนตัวแบบอาบน้ำยังหลุดปากออกมา
เซี่ยเยว่จ้องมองใบหน้าหลี่มู่หานอยู่อย่างนั้น เนิ่นนาน สีหน้าของนางจึงแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
“ได้เหรอ?”
น้ำเสียงของนางแฝงไว้ด้วยความเสียดายและโศกเศร้า
หลี่มู่หานไม่เห็นแววตาพวกนังร่านหรือสาวกร้านโลกตามข่าวลือในดวงตาคู่นี้เลย เห็นเพียงเด็กสาวผู้น่าสงสารที่อยากคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้
“ถ้าคุณไม่รังเกียจ ก็ได้เลยครับ”
“......ขอบคุณ”
แล้วอย่างนี้ หลี่มู่หานกับเด็กสาวก็กางร่มคันเดียวกัน กลางสายฝนกลับมาสู่ห้องเช่าที่ออกจะคับแคบนั้น