ไคเฟิง จวนโจวอ๋อง!
จูโหย่วซวินนั่งอยู่ในห้องปีกตะวันตกของตน เบื้องหน้าคือจดหมายฉบับหนึ่งที่ประทับตราส่วนพระองค์ของจูอวิ๋นเหวิน
จดหมายไม่ยาวนัก เขาอ่านซ้ำสามรอบ ทุกตัวอักษรราวกับสลักลึกลงในสมอง
เขาแค่นหัวเราะ
บิดาอย่างจูซู่มีคุณธรรมอันยิ่งใหญ่อันใดให้ยกมาอ้างหรือ?
คนที่วัน ๆ เอาแต่คลุกคลีอยู่กับต้นไม้ใบหญ้า พลิกตำรับยาไปมา กระทั่งประตูเมืองไคเฟิงยังคร้านจะก้าวออกไป
ปีก่อนมีคนส่งเหอโส่วอูป่ามาให้ต้นหนึ่ง บิดาของเขาดีใจประหนึ่งได้รับสมบัติล้ำค่า ถึงกับลงมือปลูกไว้ในลานด้วยตนเอง เช้าเย็นต้องไปตักน้ำรดวันละสองหน
คนเช่นนี้จะก่อกบฏได้หรือ? จูโหย่วซวินพลิกกระดาษจดหมายดูด้านหลัง กลับไม่พบสิ่งใด
แต่เขารู้ดีว่าตนไม่จำเป็นต้องมีหลักฐาน จูอวิ๋นเหวินเองก็ไม่ต้องการเช่นกัน
เขาเพียงต้องการเหตุผลสักข้อ
เหตุผลที่จะทำให้เขาได้นั่งบนบัลลังก์ตัวนั้น เขาเป็นโอรสคนรองของโจวอ๋อง เหนือขึ้นไปยังมีพี่ชายร่วมอุทรอย่างจูโหย่วตุ้น
ตั้งแต่เล็กจนโต ทุกสิ่งล้วนเป็นของจูโหย่วตุ้น ทั้งตำแหน่งซื่อจื่อ ความโปรดปรานจากท่านอ๋องผู้เป็นบิดา ตลอดจนเส้นสายขุนนางในราชสำนัก ล้วนตกอยู่ในมือพี่ชายผู้แสนอ่อนโยนคนนั้น
แล้วเขาเล่า? เขาได้สิ่งใดบ้าง?
จูโหย่วซวินพับจดหมายเก็บ แล้วสอดไว้ใต้แท่นฝนหมึก
มือของเขาสั่นระริก ทว่ามุมปากกลับค่อย ๆ ยกขึ้น
เขาเคยคิดถึงความเสี่ยงแล้ว อย่างไรเสีย บิดาก็เป็นโอรสแท้ ๆ ของไท่จู่ เป็นพระปิตุลาแท้ ๆ ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
แต่แล้วอย่างไรเล่า? จดหมายเป็นลายพระหัตถ์ของจูอวิ๋นเหวิน ทั้งยังประทับตราหลวงไว้ โอรสสวรรค์ตรัสคำใดล้วนหนักแน่นดุจขุนเขา จะหลอกใช้บุตรของอ๋องต่างแคว้นคนหนึ่งได้หรือ?
