ในฐานะน้องเขยแท้ ๆ และตัวแทนของหลี่จิ่งหลง หลินอู๋หยางไม่อาจปรากฏตัวอยู่ในกองทัพศึกจิ้งหนานของจูตี้ได้
ก่อนที่จูตี้จะเปิดฉากศึกจิ้งหนานอย่างเป็นทางการ หลินอู๋หยางกับหลี่โหย่วหรงก็ออกเดินทางกลับเหวินเติงแล้ว
ยามรุ่งสางวันนั้น ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ประตูหลังจวนเยี่ยนอ๋องเปิดแง้มไว้เพียงครึ่งบาน
จูเกาฉือมาส่งด้วยตนเอง ใบหน้าอวบอ้วนชุ่มไปด้วยเหงื่อ
หลินอู๋หยางประสานมือคำนับ มิได้กล่าวสิ่งใดมากความ
เขาขึ้นรถม้า หลี่โหย่วหรงตามเข้ามา ส่วนจิ่นเอ๋อร์นั่งอยู่บนคานรถ ขณะที่ม่านรถรูดปิดลง เขาได้ยินเสียงทึบหนักดังมาจากเรือนด้านหลังของจวนเยี่ยนอ๋อง คล้ายมีคนกำลังเปิดประตูใหญ่
นั่นคือกองกำลังของจูเหนิง วันนี้พวกเขาจะเข้ายึดประตูทั้งเก้า
รถม้าเคลื่อนลงใต้ ออกจากเมืองเป่ยผิงแล้วมุ่งสู่ถนนหลวง
บนถนนหลวงเงียบสงัด มีเพียงชาวนาที่ตื่นแต่เช้าไม่กี่คนหาบของมุ่งหน้าเข้าเมือง
หลินอู๋หยางเลิกม่านมองไปทางเป่ยผิง คบเพลิงบนกำแพงเมืองดับมอดแล้ว ขอบฟ้าปรากฏแสงสีเทาขาวเป็นเส้นบาง ๆ อีกไม่กี่ชั่วยาม ธงบนกำแพงเมืองเป่ยผิงก็จะถูกเปลี่ยนแล้ว
เขาวางม่านลง เอนกายพิงผนังรถ
หลี่โหย่วหรงนั่งอยู่ตรงข้าม อุ้มถุงขนมไว้ในอ้อมแขน ศีรษะผงกขึ้นลง ง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้น
หลายวันมานี้นางนอนไม่ค่อยหลับ เมื่อคืนยังอยู่เป็นเพื่อนเขาจนดึก ยามนี้รถม้าโคลงเคลงเพียงเล็กน้อย เปลือกตาของนางก็ฝืนไม่ไหวแล้ว
หลินอู๋หยางยื่นมือโอบนางเข้ามาใกล้ หลี่โหย่วหรงเอนกายซบตามแรง ศีรษะวางลงบนไหล่เขา ไม่นานก็หลับสนิท
รถม้าโคลงเคลงไปตามถนนหลวง ทว่าหลินอู๋หยางกลับนอนไม่หลับ เขาแง้มม่านขึ้นเล็กน้อย มองทุ่งนาและหมู่บ้านที่เคลื่อนผ่านไปด้านนอก
