หากเอ่ยถึงคำพยากรณ์ เขาจะต้องตาย
เรื่องราวยิ่งคลุมเครือขึ้นทุกที
บ้าจริง
โลการิสสูดหายใจลึก ๆ พยายามกดความกระสับกระส่ายในใจลง
ที่มาของคัมภีร์พยากรณ์ลึกลับยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า สัมผัสถูกปกหนังสือ ความเย็นเยียบทำให้เขามีสติแจ่มชัดขึ้น
เจ็ดวัน
เขาต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง
โลการิสสวมแว่นตา แล้วเร่งฝีเท้าเดินต่อ
ราตรีมืดมิด ถนนหนทางว่างเปล่า
เขาเดินไปได้หลายถนน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง
“ศาสตราจารย์โลการิส”
เสียงหนึ่งดังขึ้นฉับพลัน
โลการิสหยุดเดิน แต่ไม่ได้หันกลับไป
“ไม่นึกเลยว่าจะได้พบศาสตราจารย์โลการิสผู้โด่งดังในที่แบบนี้ยามดึกดื่น”
น้ำเสียงเจือรอยยิ้ม ทว่าโลการิสฟังออกว่าอีกฝ่ายกำลังหยั่งเชิง
เขาหันกลับไป
ชายวัยกลางคนในชุดพิธีการหรูหรายืนอยู่ตรงปากตรอก ด้านหลังมีองครักษ์ติดตามมาหลายคน
ไวเคานต์คราวด์ ที่ปรึกษาขององค์ชายรอง
ความคิดของโลการิสแล่นเร็วรี่
คราวด์ยิ้มพลางเดินเข้ามา “ศาสตราจารย์เป็นคนฉลาด ย่อมมองออกว่าตอนนี้สถานการณ์ในราชอาณาจักรไม่มั่นคงเพียงใด องค์ชายรองทรงชื่นชมพรสวรรค์ของคุณมาก หากคุณยินดี...”
“ไสหัวไป”
โลการิสตัดบท น้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาไร้ซึ่งความอบอุ่น
ถ้อยคำของคราวด์เจือความขุ่นเคือง “โลการิส คุณอย่า...”
แต่โลการิสไม่มีอะไรจะพูดต่อ เขาหันหลังเดินจากไปตามลำพัง ก่อนจะลับหายไปตรงหัวมุมถนน
กระทั่งเสียงคราวด์กัดฟันกรอดดังมาจากด้านหลัง “ไอ้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
......
วันถัดมา
เซอร์เวียยืนอยู่ในห้องหนังสือ เบื้องหน้ามีแผนที่แดนเหนือฉบับละเอียดวางอยู่
บนแผนที่มีสัญลักษณ์ต่าง ๆ กำกับไว้อย่างแน่นขนัด
“องค์หญิง”
ไอลีนาผลักประตูเข้ามา มือกอดเอกสารกองหนึ่งไว้
“นี่คือรายชื่อบุคลากรที่ท่านต้องการเพคะ”
เซอร์เวียรับเอกสารมา พลิกดูอย่างรวดเร็ว
ฉบับแรกเป็นรายชื่อหน่วยองครักษ์
มี 30 คน ล้วนเป็นคนสนิทของเธอทั้งสิ้น
สมาชิกหน่วยทุกคนได้รับชุดเกราะเวทมนตร์รุ่นล่าสุดที่โลการิสออกแบบ
โลการิสบอกว่า ชุดเกราะนี้ติดตั้งวงเวทอักขระไว้หลายชั้น และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องยังไม่เคยเผยแพร่ในงานวิจัยหรือนิตยสารวิชาการใด ๆ
เมื่อสวมชุดเกราะทั้งชุดแล้ว ผู้สวมจะสูงอย่างน้อย 3 เมตร แค่มองก็ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามแล้ว
แน่นอนว่าพลังป้องกันก็น่าทึ่งอย่างแท้จริง
เซอร์เวียเคยเห็นการทดสอบจริงที่ลานฝึก เวทมนตร์ระดับต่ำกว่าขั้นที่ 4 ยิงกระแทกเกราะแล้วยังไม่ทิ้งรอยไว้แม้แต่น้อย แต่ชุดเกราะนี้มีต้นทุนสูงจริง ๆ ชุดหนึ่งราคา 3,000 เหรียญทอง ยังไม่รวมค่าบำรุงรักษา
ราคานี้ยังเป็น “ราคามิตรภาพ” จากโลการิสด้วยซ้ำ เพราะเงินทุนที่เขาใช้ค้นคว้าวิจัยเรื่องเหล่านี้แทบทั้งหมดมาจากเธอ
“หน่วยองครักษ์ไม่มีปัญหา”
เธอวางเอกสารฉบับแรกลง แล้วหยิบฉบับที่สองขึ้นมา
“แล้วคณะที่ปรึกษาล่ะ?”
ไอลีนาเปิดสมุดบันทึก
“ตอนนี้ยืนยันแล้ว 3 คนเพคะ”
“คนแรกเป็นบุตรชายของอดีตเจ้าหน้าที่จัดเก็บภาษีแห่งแดนเหนือ ชื่อเกรย์สัน อายุ 35 ปี เชี่ยวชาญเรื่องการคลังและเส้นทางการค้าในแดนเหนือเพคะ”
“คนที่สองเป็นบัณฑิตจากสถาบันเซนต์อาร์คาเดีย หนึ่งในลูกศิษย์ของศาสตราจารย์โลการิส เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเวทมนตร์ และยินดีเดินทางไปแดนเหนือกับท่านเพื่อก่อตั้งโรงงานเพคะ”
“คนที่สาม...”
ไอลีนาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
“เป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านตา ชื่อวิกเตอร์ เคยดำรงตำแหน่งเสนาธิการกองทัพแดนเหนือเพคะ”
เซอร์เวียเงยหน้าขึ้น
“วิกเตอร์หรือ?”
เธอจำชื่อนี้ได้
เขาเป็นหนึ่งในคนที่ท่านตาฟินเรียลไว้วางใจมากที่สุด
ในอดีต แดนเหนือสามารถต้านทานการรุกรานของจักรวรรดิมนุษย์ต่างเผ่าได้ คนผู้นี้มีความดีความชอบไม่น้อย
“ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”
“แนวหน้าของแดนเหนือเพคะ”
ไอลีนาตอบ
“พอได้ยินว่าท่านจะไปเข้าควบคุมอำนาจ เขาก็ส่งคนมาส่งจดหมายด้วยตัวเอง บอกว่ายินดีช่วยเหลือท่านเพคะ”
เซอร์เวียครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เธอเคยพบวิกเตอร์มาสองสามครั้ง
สุขุม รอบคอบ และลงมือเด็ดขาดไม่ลังเล
ท่านตาไว้ใจเขา แสดงว่าความสามารถและความจงรักภักดีของเขาไม่มีปัญหา
“เขียนจดหมายตอบกลับไป”
เซอร์เวียกล่าว
“บอกเขาว่าเมื่อฉันไปถึงแดนเหนือ คนแรกที่ฉันจะพบก็คือเขา”
“เพคะ”
ไอลีนาจดบันทึก
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”
“เรื่องอะไร?”
“อาจารย์อีลีนาของท่านบอกว่า เธอไปแดนเหนือกับท่านไม่ได้เพคะ”
เซอร์เวียขมวดคิ้ว
“ทำไม?”
“เธอบอกว่าต้องมีคนคอยปกป้องเมืองหลวงเพคะ”
ไอลีนากล่าวอย่างระมัดระวัง
“อีกอย่าง หากท่านกับอาจารย์ออกจากเมืองหลวงไปทั้งคู่ ทางองค์ชายใหญ่และองค์ชายรองอาจจะ...”
“ฉันเข้าใจแล้ว”
เซอร์เวียตัดบท
อาจารย์พูดถูก
หากเธอกับอีลีนาออกจากเมืองหลวงไปทั้งคู่ พี่ชายทั้งสองคนต้องฉวยโอกาสก่อเรื่องแน่
“เธอออกไปก่อน”
ไอลีนาเดินออกไป
เซอร์เวียหันกลับไปมองแผนที่อีกครั้ง
แดนเหนือ
ดินแดนที่ได้รับสมญาว่า “ห้องเก็บน้ำแข็งของราชอาณาจักร”
หนาวเย็นจับตัวเป็นน้ำแข็งตลอดทั้งปี ผืนดินแห้งแล้ง แม้แต่ภาษีก็ยังเก็บได้ไม่ครบ
แต่หากเธอหยั่งรากในแดนเหนือได้ และสร้างอำนาจของตนเองขึ้นมา...
เธอก็จะมีไพ่ตายที่แท้จริงในการแย่งชิงสิทธิ์สืบทอด
เซอร์เวียหยิบปากกาขนนกบนโต๊ะขึ้นมา วงตำแหน่งสำคัญหลายแห่งบนแผนที่
แห่งแรกคือเมืองหลวงของแดนเหนือ ป้อมปราการซวงหาน
ที่นั่นเป็นฐานที่มั่นของท่านตาฟินเรียล และเป็นจุดแรกที่เธอจะเข้าควบคุมอำนาจ
ถัดมาคือป้อมปราการหลายแห่งตามแนวชายแดน
สถานที่เหล่านั้นมีกองทัพประจำการอยู่ตลอดทั้งปี เป็นแนวป้องกันด่านแรกจากการรุกรานของมนุษย์ต่างเผ่า
จากนั้นก็เป็นเขตเหมืองหลายแห่งที่อยู่ลึกเข้ามาในแผ่นดิน
แม้แดนเหนือจะกันดาร แต่ใต้พื้นดินกลับซ่อนทรัพยากรแร่อันอุดมสมบูรณ์ไว้
หากสามารถนำทรัพยากรเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้...
ทันใดนั้น ความเคลื่อนไหวที่มุมห้องก็ขัดจังหวะความคิดของเซอร์เวีย
เงาตรงมุมห้องเริ่มบิดเบี้ยว ร่างเพรียวบางร่างหนึ่งก่อรูปขึ้นมาจากเงามืด
เป็นหญิงสาวในชุดเกราะหนังสีดำรัดรูป ใบหน้าถูกหน้ากากปิดไว้ครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นเพียงดวงตาคมกริบคู่หนึ่ง
“องค์หญิง”
เธอคุกเข่าข้างเดียว น้ำเสียงแผ่วเบา
เซอร์เวียพยักหน้า
“ลุกขึ้น”
องครักษ์เงาลุกขึ้นยืน รอให้เธอเอ่ยปาก
“ฉันอยากให้เธอช่วยสืบเรื่องหนึ่ง”
เซอร์เวียกล่าว
“เรื่องอะไรเพคะ?”
“เรื่องแดนเหนือ”
เธอเลื่อนรายชื่อฉบับหนึ่งไปให้
“ฉันอยากรู้ว่าคนในรายชื่อนี้มีจุดยืนอย่างไรในตอนนี้ ยังภักดีต่อท่านตา หรือหันไปเข้ากับขุมอำนาจอื่นแล้ว”
องครักษ์เงารับรายชื่อไป กวาดตามองอย่างรวดเร็ว
“เข้าใจแล้วเพคะ”
“อีกเรื่อง”
เซอร์เวียกล่าวต่อ
“ฉันต้องการรายงานโดยละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัยของทุกจุดแวะพักตลอดเส้นทางไปแดนเหนือ”
“ไม่มีปัญหาเพคะ”
องครักษ์เงาพยักหน้า
“ภายใน 3 วันจะรายงานให้ท่านทราบเพคะ”
ร่างของเธอเริ่มเลือนราง เตรียมจะหลอมรวมกลับเข้าไปในเงามืด แต่จู่ ๆ ก็หยุดชะงัก
“องค์หญิง”
“หืม?”
“ระวังองค์ชายใหญ่ด้วยเพคะ”
เสียงของเธอเบาลงกว่าเดิม
“ได้ยินมาว่าช่วงนี้เขากำลังติดต่อขุนนางบางคนในแดนเหนืออย่างลับ ๆ”
เซอร์เวียหรี่ตาลง
“ฉันรู้แล้ว”
ร่างขององครักษ์เงาหลอมรวมเข้ากับเงามืดอย่างสมบูรณ์ ก่อนจะหายไปไร้ร่องรอย
ห้องกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง
เซอร์เวียพิงพนักเก้าอี้ พลางนวดขมับ
พี่ชายคนโต ด็อก ฟาน อัสเตรีย
เขาเป็นฝ่ายอนุรักษนิยม อำนาจของเขาก็ประกอบด้วยขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมเป็นหลัก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่เขาจะติดต่อขุนนางอนุรักษนิยมบางคนในแดนเหนือเพื่อขัดขวางเธอ
---
สามวันต่อมา
เซอร์เวียได้รับรายงานฉบับละเอียด
อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาส่วนใหญ่ของท่านตาฟินเรียลยังคงภักดีต่อเขา แต่เพราะท่านตาอาการป่วยหนัก บางคนจึงเริ่มอดรนทนไม่ไหว และมีทีท่าว่าจะแอบไปเข้ากับองค์ชายใหญ่แล้ว
ส่วนทางจักรวรรดินั้น...
จำนวนทหารที่ประจำการอยู่ตามชายแดนเพิ่มขึ้นจากที่รายงานข่าวกรองก่อนหน้านี้ระบุไว้ถึงหนึ่งเท่าตัว
เซอร์เวียอ่านรายงานจบ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย
“องค์หญิง”
ไอลีนาเดินเข้ามา
“ทางรถไฟเวทมนตร์ที่ท่านจะใช้เดินทางแจ้งมาว่า รถขัดข้อง จึงต้องเลื่อนกำหนดออกเดินทางไปอีกหลายวันเพคะ”
“ขัดข้องหรือ?”
เซอร์เวียขมวดคิ้ว
“ขัดข้องตรงไหน?”
“ได้ยินว่าปัญหาอยู่ที่แกนพลังงานเพคะ”
ไอลีนากล่าว
“ช่างกำลังเร่งซ่อมอยู่ แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์เพคะ”
เซอร์เวียเงียบไปครู่หนึ่ง
“เลื่อนก็เลื่อนไปพอดี จะได้มีเวลาเตรียมการเพิ่มอีกสองสามวัน”
