เวลาต่อจากนั้น ทุกคนเริ่มแลกเปลี่ยนเรื่องการพัฒนาอาณาจักรเทพของตัวเอง ทั้งการลงทุนในอาณาจักรเทพ วิธีเพิ่มความแข็งแกร่งให้ผู้ศรัทธา ตลอดจนสัตว์อสูรและพืชวิญญาณนานาชนิด
ฟังไปได้ครู่หนึ่ง หยางฝานก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
เขาพบว่าตั้งแต่ได้รับเงินลงทุนจากตระกูลลั่ว เรื่องที่เพื่อนร่วมชั้นพูดคุยกันก็ดูเหมือนจะไม่อยู่ในระดับเดียวกับเขาแล้ว ประสบการณ์หลายอย่างไม่มีประโยชน์ให้เอาไปปรับใช้เลย
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีสระโลหิตร้อยวิญญาณที่ผลิตเม็ดโลหิตได้อย่างต่อเนื่อง พืชวิญญาณระดับต่ำที่เพื่อนร่วมชั้นพูดถึงว่าสามารถเพิ่มพลังให้ผู้ศรัทธา ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเพาะปลูกแล้ว
หรืออย่างเรื่องการลงทุนในอาณาจักรเทพ ตอนนี้หยางฝานมีรายได้ต่อเดือนหลายสิบล้าน จะให้สนใจการลงทุนเสี่ยงเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนั้นได้อย่างไร
“ดูท่าต่อไปคงไม่จำเป็นต้องมาร่วมงานรวมรุ่นนี่แล้ว” หยางฝานตัดสินใจในใจ
คนเราย่อมมุ่งสู่ที่สูง น้ำย่อมไหลลงที่ต่ำ ในเมื่อประสบการณ์เหล่านี้ไม่มีความหมายกับเขา เช่นนั้นก็เอาเวลาไปเดินดูเว็บบอร์ดเทพเจ้าคนเดียวดีกว่า
หลังดื่มกินกันจนอิ่มหนำ หลี่ซูหาวก็จัดห้องส่วนตัวให้ทุกคนคนละห้อง ไม่นานในห้องจึงเหลือเพียงเขากับหยางฝานสองคน
“ได้ทุนจากตระกูลลั่วแล้ว ยังมาร่วมงานนี้อีก รู้สึกน่าเบื่อใช่ไหม?” หลี่ซูหาวเอ่ยยิ้ม ๆ
หยางฝานพยักหน้า ก่อนถามด้วยความสงสัย “นายชอบจัดกิจกรรมแบบนี้มากเลยหรือ?”
ต้องรู้ว่าฐานะของหลี่ซูหาวไม่ต่างจากเขา มาร่วมงานสังสรรค์ระดับนี้ก็ทำได้แค่ให้คำแนะนำคนอื่น แต่ตัวเองกลับไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย
