“อาจารย์หลี่ คงไม่ได้คำนวณผิดใช่ไหมครับ” หวังเจิ้นอวี่ที่นั่งอยู่ด้านล่างกระตุกมุมปาก
แพ้หลี่ซูหาว เขายอมรับจากใจ อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็มีสิ่งปลูกสร้างระดับบี
แต่หยางฝานมีระดับความรุ่งเรืองสูงขนาดนี้ได้อย่างไร ทั้งสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินก็มองไม่เห็นว่ามีอะไรพิเศษ
สิ่งเดียวที่น่าเหลือเชื่อคือจำนวนประชากรผู้ศรัทธา ต้องรู้ว่าเขาเพิ่งปลุกพลังได้ไม่นาน พอกลับถึงบ้านก็ใช้บัตรเพาะพันธุ์ทันที แล้วทำไมถึงต่างกันมากขนาดนี้
แถมยังมีผู้ศรัทธาที่ฝึกวิชาหลอมกายแห่งสหพันธ์จนเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นได้ด้วย
นี่มันถูกต้องหรือ? ไม่ถูกต้องเอาเสียเลย
เวลาในอาณาจักรเทพเพิ่งผ่านไปยี่สิบกว่าปี แต่วิชาหลอมกายแห่งสหพันธ์เป็นวิชาที่เทพระดับสูงสร้างขึ้น ความลึกล้ำแปรเปลี่ยนได้ไม่รู้จบ อาศัยแค่คนเถื่อนที่ยังไม่เจริญพวกนั้น หากไม่ใช้เวลาสักแปดสิบหรือร้อยปี จะเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นได้อย่างไร?
ยิ่งหวังเจิ้นอวี่คิดก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่น่าเชื่อ ถึงกับตั้งข้อสงสัยในผลคำนวณของสิ่งมีชีวิตปัญญาประดิษฐ์โดยตรง
“หุบปาก สิ่งมีชีวิตปัญญาประดิษฐ์ของรัฐบาลสหพันธ์มีความสามารถในการคำนวณเทียบเท่าเทพระดับสูง จะผิดพลาดได้อย่างไร” หลี่ชิงอิงโบกมือขัดจังหวะทันที กลิ่นอายเทพอันแข็งแกร่งกดดันนักเรียนทุกคนจนไม่กล้าส่งเสียง
หลี่ชิงอิงหันไปมองหยางฝานแล้วกล่าวว่า “จำนวนประชากรแก้ไขได้ไม่ยาก แต่ฉันสงสัยมากว่า ผู้ศรัทธาของเธอฝึกวิชาหลอมกายแห่งสหพันธ์จนเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นได้อย่างไรในเวลาอันสั้น ความคืบหน้าในการพัฒนาของเธอคงเทียบได้กับพวกอัจฉริยะในห้องหนึ่งแล้ว”
อย่างไรหลี่ชิงอิงก็เป็นเทพขั้นหนึ่ง ความรู้ความเข้าใจของเธอย่อมเหนือกว่านักเรียนเหล่านี้
