หลังจากนั้น ทุกคนยกเว้นเหล่าหลิวที่กลับบ้านไปดูลูกก่อน ก็พากันมุ่งหน้าลุยเข้าไปยังแผงผลไม้ด้านในตลาดกลางคืนอย่างเอิกเกริก
หน้าแผงผลไม้เต็มไปด้วยลังกับตะกร้า มีทั้งแตงโม องุ่น ลูกพีช มะม่วง กล้วย และแอปเปิลวางกองพะเนิน พอเดินเข้าใกล้ก็ได้กลิ่นหอมสดชื่นของผลไม้
หวงเจาอี้ยืนอยู่หน้าแผง แค่พริบตาบรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป เธอเลือกผลไม้ไปพลางอธิบายให้พวกเขาฟังไปพลาง
จางซูฮั่นกับสวี่เฉิงอันฟังจนตาค้าง แล้วก็ทำตามบ้าง ทั้งคู่ก้มหน้าก้มตาค้นหาผลไม้ในกองอย่างละเอียด
ส่วนหานซิงเหย่ยิ่งเว่อร์เข้าไปใหญ่ ฟังไปจดไป แถมยังหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพระยะใกล้ตั้งหลายรูป บอกว่าจะกลับไปทบทวนบทเรียน
“โหเอ๊ย” จางซูฮั่นมองเขาตาค้าง “นี่นายจะสอบเข้าปริญญาโทหรือไง?”
“มีความรู้ติดตัวเยอะหน่อยก็ไม่เสียหาย” หานซิงเหย่ยตอบโดยไม่เงยหน้า “ช่วยไม่ได้ ฉันมันจน จ่ายเงินเท่ากันทั้งที ก็ต้องซื้อของดีสิพี่เจาอี้ ก่อนรู้จักพี่ ฉันนี่ใช้เงินทิ้งขว้างชัด ๆ”
พอได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนก็เงียบกันไป น้ำตานองในใจ
ก็จนจริง ๆ นั่นแหละ โธ่เอ๊ย เมื่อไหร่จะรวยเป็นเศรษฐีกับเขาสักที!
แต่พอเริ่มเลือกผลไม้ จางซูฮั่นก็ปล่อยตัวปล่อยใจเต็มที่
เขาหิ้วองุ่นมาสองถุง เลือกลูกพีชมาอีกถุง ตัดกล้วยมาหนึ่งหวี ตักมะม่วงใส่ถุงมาครึ่งถุง สุดท้ายยังไม่ลืมหยิบแอปเปิลสองลูกยัดลงไปด้วย
“พอแล้วมั้งพี่?” สวี่เฉิงอันมองของกองโตแล้วอดเตือนเสียงเบาไม่ได้ “เยอะขนาดนี้ เราสองคนจะกินหมดได้ยังไง...”
“หมดสิ หมดแน่!” จางซูฮั่นโบกมือ “เอาให้เต็มตู้เย็น! จะได้มีของกินทุกวัน!”
จากนั้นเขาก็หันไปทางเจ้าของแผง “เถ้าแก่ เลือกแตงโมลูกใหญ่ที่สุดให้ผมอีกสองลูก! หน้าร้อนจะไม่มีแตงโมแช่เย็นได้ยังไง!”
เจ้าของแผงยิ้มร่า ชั่งแตงโมลูกใหญ่กลมให้เขาสองลูก จางซูฮั่นอุ้มไว้ข้างละลูกอย่างพึงพอใจสุด ๆ
“ซูฮั่น นายถือแบบนี้ไม่ไหวหรอก!” หวงเจาอี้ทนดูต่อไม่ไหว จึงเดินเข้ามาช่วยถือผลไม้ให้
