“พี่?”
เสียงเรียกนั้นดึงจางซูฮั่นกลับมาจากภวังค์
พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นสวี่เฉิงอันไม่รู้ว่าเดินตามมาถึงนี่ได้ยังไง
“เทียนเทียน มีอะไรเหรอ?”
เมื่อกี้เขาเพิ่งได้ข่าวดีมา ตอนนี้เลยตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
“ผู้กำกับเรียกพวกเราแล้ว”
“โอเค เดี๋ยวไป”
ตอนถ่ายทำ แม้แต่จางซูฮั่นเองก็ยังรู้สึกว่าตัวเองตื่นเต้นเกินไป แววตากับสีหน้ามีแต่ความตื่นเต้นดีใจที่กดไว้ไม่มิด
ก่อนผู้กำกับจะสั่งคัต เขาคุมอารมณ์ไม่อยู่จริง ๆ ความรู้สึกในแววตาแทบจะทะลักออกมา
ไม่ควรเป็นแบบนั้นเลยจริง ๆ
พอผู้กำกับสั่งคัต เขากำลังจะขอโทษ แต่กลับเห็นผู้กำกับกวักมือเรียกให้ลงไปหา
หัวใจจางซูฮั่นกระตุก รีบวิ่งลงมาจากชั้นสอง
“ผู้กำกับครับ!” เขามองอีกฝ่ายอย่างกระดากใจแล้วรีบขอโทษ “เมื่อกี้ผมเล่นเกินไปหรือเปล่าครับ? คุมอารมณ์ไม่อยู่เลย...”
ผู้กำกับโบกมือ ยิ้มพลางขัดขึ้นว่า “ไม่เป็นไร เทคนั้นผ่านแล้ว ต้องเล่นแบบนั้นแหละ”
หา?
แม้จะไม่เข้าใจ แต่จางซูฮั่นก็โล่งใจ กำลังจะขอบคุณแล้วถอยออกมา ทว่าผู้กำกับกลับกวักมือเรียกให้เขาเข้าไปใกล้อีกหน่อย “ซูฮั่น วันนี้ถ่ายเสร็จแล้ว ช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้มีงานอะไรไหม?”
“เอ๊ะ?” จางซูฮั่นชะงักไป ก่อนตอบตามตรง “ถ่ายฉากนี้เสร็จ สัปดาห์นี้ก็ไม่มีฉากของผมแล้วครับ กะว่าจะกลับไปเรียน”
“งั้นก็ดีเลย!” ผู้กำกับยิ้มกว้างทันที “ผู้ช่วยนายอยู่ไหน เรียกมาคุยด้วยหน่อย!”
“พี่มู่หยางเหรอครับ?” จางซูฮั่นไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็เรียกให้ “พี่มู่หยาง! มานี่หน่อยครับ!”
