หยู๋เย่กินเนื้อวัวไปแล้วห้าจาน ขาน่องทอดสี่ชิ้น แฮมเบอร์เกอร์สามชิ้น โค้กสองขวด แถมยังเคี้ยวเมล็ดทานตะวันไปอีกถุงใหญ่
ทั้งหมดนี้เขาเก็บใส่กระเป๋าไว้ก่อนเข้าดันเจี้ยน
“พี่หยู๋ อิ่มหรือยังคะ”
หยู๋เย่เรอออกมาอย่างอิ่มหนำ พลางตบพุงที่นูนขึ้นเล็กน้อย
“อิ่มแล้ว
ตอนนี้พวกบอสสู้กันถึงไหนแล้ว”
สองสาวพลันกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา
พวกเธอทั้งคู่ไม่เจริญอาหารเลยสักนิด แค่กินพอเป็นพิธีไปไม่กี่คำ ที่เหลือก็เอาแต่รอหยู๋เย่มาตลอด
ตอนนี้พี่หยู๋กินอิ่มเสียที ก็หมายความว่าได้เวลาเริ่มงานแล้ว
“แถบเลือดของบอสลดไปหนึ่งในสี่แล้วค่ะ
ตอนนี้การต่อสู้ในสนามยังสูสีกันอยู่เลย
พี่หยู๋ ถึงตาพวกเราแล้วหรือยังคะ”
“ไม่ต้องรีบ ปล่อยให้พวกนั้นสู้กันต่ออีกหน่อย ฉันขอดูแผนที่อีกที”
หยู๋เย่ยังคงใจเย็น ไม่รีบร้อน
เขาหยิบแผนที่ขึ้นมากาง แล้วพิจารณาอย่างละเอียด
เขากำลังดูเส้นทางไปยังจุดซ่อนสมบัติในป้อมปราการ
ความจริงแล้ว ตั้งแต่แรก
หยู๋เย่ก็ไม่เคยคิดจะไปสู้กับบอสตัวนั้นเลย
เจียงจัวอดรนทนไม่ไหวจนเริ่มร้อนใจ
“ไม่สู้กับบอสก็ได้ แต่ถ้าชักช้าไปกว่านี้ มอนสเตอร์ตัวเล็ก ๆ คงโดนคนอื่นกำจัดจนหมดแล้ว!”
ไนฟุพยักหน้ารัว ๆ
“พวกเราเป็นกลุ่มแรกที่เข้ามาแท้ ๆ แต่ตอนนี้ทีมอื่นนำหน้าเราไปไกลมากแล้วนะคะ”
“นำหน้าเหรอ”
แววเจ้าเล่ห์วาบผ่านดวงตาของหยู๋เย่
“พวกนั้นก็แค่พวกเบี้ยที่ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจและรับความเสียหายแทนเราเท่านั้น”
สองสาวสะดุ้ง “หมายความว่ายังไงคะ”
“พี่มีแผนอะไรอีกแล้วเหรอ”
หยู๋เย่อธิบายอย่างไม่รีบร้อน
