“โอ๊ะ? ทายาทอีกแล้วเหรอ คราวนี้ยังเป็นลูกบุญธรรมอีก?”
หยู๋เย่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย พลันเข้าใจทุกอย่าง
มารแม่ทัพสองตนก่อนหน้านี้มีแรงกดดันมหาศาลและเป็นตัวจริงเสียงจริง
ส่วนตัวตรงหน้าเป็นแค่คุณชายไร้ความสามารถที่ได้ตำแหน่งมาเพราะเส้นสายล้วน ๆ
ไม่น่าแปลกใจที่เลเวลต่ำขนาดนี้ แต่ยังกร่างได้ขนาดนี้
หยู๋เย่ค่อย ๆ ลงสู่พื้น
เดินไปข้างเย่เฉิง แต่กลับไม่ได้ลงมือสังหาร
เย่เฉิงเห็นดังนั้นก็คิดว่าเขากลัวแล้ว
จิตใจฮึกเหิมขึ้นมาทันที
แสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมแล้วพูดว่า
“ไง กลัวแล้วใช่ไหมล่ะ?
เมื่อกี้ไม่เห็นเก่งนักหรือไง?
แน่จริงก็ฆ่าฉันสิ!
มาเลย ลงมือสิ!”
หยู๋เย่ไม่ได้รีบร้อนฆ่าเขา
เพราะภารกิจต้องการให้เอาชนะสี่มารแม่ทัพผู้ปิดด่าน
ตอนนี้ยังเหลืออีกหนึ่งตนที่ไม่ปรากฏตัว
ถ้าฆ่าไอ้โง่ตรงหน้านี้ไป
มารแม่ทัพตนสุดท้ายอาจไม่โผล่มา แล้วเขาจะไปหามันที่ไหน
เก็บมันไว้กลับมีประโยชน์กว่า ใช้เป็นเหยื่อล่อมารแม่ทัพตนนั้นออกมาได้
หยู๋เย่ย่อตัวลง มองเย่เฉิงที่นอนคว่ำอยู่บนพื้น
“เมื่อกี้นายบอกว่าจะเรียกพี่รองมาใช่ไหม?”
น้ำเสียงของเขาสบาย ๆ
“เรียกเลย ฉันไม่ไปไหนหรอก จะรออยู่ตรงนี้แหละ
ฉันอยากเห็นจริง ๆ
ว่าพอมันมาแล้ว
วันนี้ฉันจะรอดออกจากดันเจี้ยนสุ่มนี้ไปได้ไหม”
เย่เฉิงตัวสั่นไปทั้งร่าง
กัดฟันแน่น
พลางส่งกระแสเสียง พลางพึมพำคำหยาบคายออกมา
“แกคอยดูเถอะ... รอพี่รองมาก่อน
แล้วฉันจะดูว่าแกยังกร่างได้อีกไหม...”
“กร๊อบ!”
หยู๋เย่สีหน้าไร้อารมณ์
หักปีกข้างหนึ่งของเย่เฉิงอย่างไม่ใส่ใจ
เสียงกระดูกหักดังชวนเสียวฟัน
