เจียงหว่านเยวี่ยถอนหายใจ “หลังกลับมาก็มีไข้สูง กว่าจะลดลงได้ก็แทบแย่ ตอนนี้เลยกลายเป็นสภาพแบบนี้”
เซี่ยวเหลียงมีสีหน้าเศร้าสร้อย ถอนหายใจตามไปอีกสองครั้ง
“เลขาธิการเสิ่นตรากตรำทำงานมาทั้งชีวิต พวกเราก็ไม่คิดว่าท่านจะล้มป่วยลงแบบนี้” ขณะพูด เซี่ยวเหลียงก็มองชายวัยกลางคนที่ตามมาด้วย
“ชิ่งหมิน มาช่วยตรวจอาการเลขาธิการเสิ่นหน่อย ถ้านายคิดวิธีบำรุงร่างกายอะไรได้ก็คงดีมาก”
อู๋ชิ่งหมินก้าวขึ้นมา “สวัสดีครับคุณนายเสิ่น ผมชื่ออู๋ชิ่งหมิน จบจากวิทยาลัยแพทย์ ขอผมตรวจอาการเลขาธิการเสิ่นหน่อยนะครับ”
สีหน้าของเสิ่นจื้อหนานมืดครึ้มราวกับหมึก คนพวกนี้เตรียมตัวมาอย่างพร้อมสรรพ
“ได้ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ” เจียงหว่านเยวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
สีหน้าเธอดูปกติ ในแววตายังมีความคาดหวังซ่อนอยู่ราง ๆ
เสิ่นเหอผิงยังมีสติแจ่มชัด แต่ทำได้เพียงลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก มือก็ยกไม่ขึ้น ในลำคอเปล่งเสียงครืดคราดออกมาได้อย่างยากเย็น
“เลขาธิการเสิ่น พวกเรามารบกวนแล้วครับ” เซี่ยวเหลียงกล่าวอย่างรู้สึกผิด
อู๋ชิ่งหมินก้าวขึ้นมา “เลขาธิการเสิ่นครับ ขอผมตรวจอาการหน่อย”
เสิ่นเหอผิงยกมือขึ้นแล้วก็ร่วงลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
จะให้พูดนั้นเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
ซางอวี่รู้ว่าคนพวกนี้มาด้วยเจตนาร้าย ต่อให้ไม่ได้หมายหัวตระกูลเสิ่น ก็ต้องการใช้ตระกูลเสิ่นเป็นเครื่องมือจัดการคนอื่น
ซางอวี่ไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาสมหวังเด็ดขาด
อู๋ชิ่งหมินตรวจร่างกายเสิ่นเหอผิงอย่างละเอียด สุดท้ายยังจับชีพจรอีกครั้ง ก่อนจะส่ายหน้าให้เซี่ยวเหลียงอย่างแนบเนียน
